'ทุกอย่างเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน' ไฟป่าอินโดนีเซียซัดชาวบ้านเข้าสู่วิกฤต
ไฟป่าส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพประชาชนในกาลิมันตันตะวันตก (West Kalimantan) โดยหญิงตั้งครรภ์และเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด
คูบูรายา อินโดนีเซีย – ขณะไฟป่าลุกลามทั่วอินโดนีเซีย (Indonesia) จนโรงเรียนต้องปิดและมีผู้คนหลายพันต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลจากการสูดควันหนาและเถ้าถ่าน ชาวบ้านในกาลิมันตันตะวันตกบอกว่าสถานการณ์ปีนี้รุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา
"ฉันอาศัยอยู่ที่นี่มา 15 ปี...ไม่เคยเจอไฟไหม้แบบนี้มาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น" ซัลมา (Salma) ชาวบ้านในคูบูรายา (Kubu Raya) บอกกับอัลจาซีรา (Al Jazeera)
เธอเล่าว่าไฟลุกลามขยายวงกว้างต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์ในพื้นที่
"ฉันกลัวมาก กลัวว่าจะถูกไฟไหม้ตัวเพราะไฟกองใหญ่ขนาดนั้น เลยต้องอพยพ" ซัลมากล่าว พร้อมเสริมว่าไฟ "เกือบเผาทุกอย่างจนหมด"
"ถ้านักดับเพลิงมาไม่ทัน บ้านของฉันก็คงถูกไฟไหม้ไปด้วยเหมือนกัน"
อานัส ดวี วาห์ยู กูร์เนียวัน (Anas Dwi Wahyu Kurniawan) นักดับเพลิงอาสาสมัคร ระบุว่าสถานการณ์ "รุนแรงมาก" โดยบอกกับอัลจาซีราว่าไฟป่าปีนี้มีขนาดใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในปี 2016
ไฟป่าลุกลามมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว และยังคงขยายวงในจุดความร้อนต่างๆ ทั้งสุมาตรา (Sumatra) กาลิมันตัน (Kalimantan) สุลาเวสี (Sulawesi) ชวา (Java) และปาปัว (Papua) ขณะทีมฉุกเฉินยังคงต่อสู้กับเปลวไฟ

เมื่อวันอังคาร ปราโบโว สุเบียนโต (Prabowo Subianto) ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระบุว่ารัฐบาลได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เครื่องสูบน้ำหลายสิบเครื่อง และกำลังพลหลายพันนายเข้าต่อสู้กับไฟป่า
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุว่าประชาชน 3.4 ล้านคนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจจากการสูดควัน พร้อมเผยว่าได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 260,000 ชิ้นให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ในคูบูรายาและพื้นที่อื่นๆ ของกาลิมันตันตะวันตก ทีมฉุกเฉินระบุว่ากำลังเผชิญสภาพการทำงานที่ยากลำบาก เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็วผ่านพื้นที่พรุที่แห้งแล้ง
พวกเขายังต้องรับมือกับปัญหาขาดแคลนน้ำและควันหนาที่บดบังทัศนวิสัยด้วย
"จากประสบการณ์ที่ผมเจอมา ปีนี้แย่กว่าปีก่อนๆ มาก" ดวี วาห์ยู กูร์เนียวันกล่าว
เขาเสริมว่าตัวเขาและอาสาสมัครคนอื่นๆ "เผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล รวมถึงอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างถังออกซิเจนแบบพกพาและเสบียงอื่นๆ" ซึ่งทำให้การดับไฟยากลำบากขึ้นมาก
"เมื่อแหล่งน้ำอยู่ไกลและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ" เขากล่าว "ผมคิดว่าสถานการณ์แบบนี้จะยังคงอยู่ต่อไปอีกสักพัก เว้นแต่สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลง"
'สุขภาพของพวกเขาอาจแย่ลงไปอีก'
ไฟป่าส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน โดยแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากมาด้วยอาการไอเรื้อรัง
"ทุกวันนี้ อาการที่ผู้ป่วยมาพบเราส่วนใหญ่คือไอและเจ็บคอ หรือที่เรียกว่าคออักเสบ แต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ามาราว 50-70 คน" นพ.มูฮัมหมัด อารีฟ ตรีฮับโซโร (Muhammad Arief Trihapsoro) จากคลินิกสุขภาพซุงไงดูเรียน (Sungai Durian Health Clinic) กล่าว
ภาวะอย่างหลอดลมอักเสบเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก เช่นเดียวกับผลกระทบระยะยาวจากการสูดมลพิษทางอากาศต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น
แพทย์ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์และเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด
ผู้ปกครองหลายคนต้องพาลูกไปคลินิกและโรงพยาบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะอาการที่เกี่ยวข้องกับไฟป่ากลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อยๆ

"ฉันพาลูกทั้งสองคนมา [ที่คลินิก] พวกเขาปวดท้อง มีไข้ ไอ และน้ำมูกไหล" ซิติ ซาห์รา (Siti Zahra) แม่ลูกสอง บอกกับอัลจาซีรา
"พวกเขาป่วยมาสองวันแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็ป่วยมาสามวันเหมือนกัน แล้วก็กลับมาป่วยอีก ในเดือนเดียวนี้ พวกเขาป่วยไปแล้วสามครั้งเพราะควัน เถ้าถ่าน ความแห้งแล้ง และไฟป่า"
ซาห์รากล่าวว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงเถ้าถ่าน เพราะมันเล็ดลอดเข้ามาในบ้านด้วยซ้ำ
"ทุกอย่างเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน ฉันต้องกวาดบ้านทุกวัน ไม่ใช่แค่วันละครั้งด้วยนะ ต่อให้กวาดไปแล้ว หลังบ้านก็ยังมีเถ้าถ่านเพิ่มขึ้นมาอีก กวาดไปกวาดมา ก็ยังมีมาเรื่อยๆ ฉันเหนื่อยกับการกวาดบ้านมากแล้ว"
เธอกังวลเรื่องสุขภาพของลูกมากถึงขั้นไม่ยอมให้ออกไปข้างนอกเลย
"ฉันก็กลัวจะออกไปข้างนอกเหมือนกัน ไม่กล้าพาลูกออกไปไหน เลยให้พวกเขาอยู่แต่ในบ้าน" เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าลูกๆ ไม่ยอมใส่หน้ากากป้องกันที่เธอให้ไว้ ดังนั้น "เวลาที่เรามาที่นี่ [คลินิก] ฉันเลยต้องบังคับให้พวกเขาใส่หน้ากาก จะได้ไม่สูดควันและเถ้าถ่านเพิ่มเข้าไปอีก"
"ฉันกังวลมากว่าเรื่องนี้ [ควันและเถ้าถ่าน] จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของพวกเขา" ซาห์รากล่าว "ในระยะยาว สุขภาพของพวกเขาอาจแย่ลงไปอีก"
tag:#Indonesia #ไฟป่า #WestKalimantan #หมอกควัน #สุขภาพ #ElNino #ภัยพิบัติ #สิ่งแวดล้อม #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #ClimateCrisis #FarangThai