"โดมความร้อน" ต้นตออากาศร้อนระอุทั่วโลก สหรัฐฯ เฝ้าระวังคลื่นความร้อนรับวันประกาศอิสรภาพ 4 ก.ค.
ปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Dome) คือระบบความกดอากาศสูงที่ปกคลุมอยู่เหนือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กักเก็บความร้อนและความชื้นเอาไว้จนอุณหภูมิพุ่งสูงต่อเนื่องยาวนานกว่าปกติ ปีนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบไปทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรปที่เผชิญอุณหภูมิใกล้ 40 องศาเซลเซียส ไปจนถึงสหรัฐฯ ที่กำลังเฝ้าระวังคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงวันหยุดวันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่าปรากฏการณ์นี้จะยิ่งเกิดถี่และรุนแรงขึ้นตามภาวะโลกร้อน
"โดมความร้อน" คืออะไร
โดมความร้อนเกิดขึ้นเมื่อกระแสอากาศอุ่นเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือแล้วถูกกักไว้เหนือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ทำให้อากาศจมตัวลง ความกดอากาศเพิ่มสูงขึ้น และอุณหภูมิที่พื้นผิวก็ร้อนขึ้นตามไปด้วย เจนนิเฟอร์ ฟรานซิส นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากศูนย์วิจัยสภาพภูมิอากาศวูดเวลล์ (Woodwell Climate Research Center) อธิบายว่าเมื่ออากาศในบริเวณนั้นร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ อากาศจะขยายตัว ดันให้ชั้นบรรยากาศพองตัวสูงขึ้นคล้ายโดมครอบพื้นที่เอาไว้ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก "โดมความร้อน"
แซคารี เลบี นักวิทยาศาสตร์จากไคลเมทเซ็นทรัล (Climate Central) องค์กรวิจัยอิสระด้านภูมิอากาศ ระบุว่าโดมความร้อนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน เพราะมันสร้างสภาพอากาศแห้งและแดดจัดต่อเนื่องหลายวันติดกัน กักความร้อนไว้บริเวณพื้นผิวโลกและยิ่งขยายความรุนแรงของความร้อนให้มากขึ้นไปอีก
สถานการณ์ความร้อนทั่วโลกในปีนี้
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 หลายภูมิภาคทั่วโลกต้องเผชิญกับความร้อนผิดปกติต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม สหรัฐฯ แผ่นดินใหญ่บันทึกสถิติเดือนที่ร้อนผิดปกติที่สุดในรอบ 132 ปีนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล โดยเริ่มจากภาคตะวันตกเฉียงใต้ก่อนแผ่ขยายไปทั่วประเทศ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดยังส่งผลกระทบถึงการแข่งขันเทนนิสเฟรนช์โอเพนในฝรั่งเศส และพื้นที่หลายส่วนของอินเดีย ส่วนฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ก็ต้องกำหนดช่วงพักดื่มน้ำให้นักฟุตบอลเพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดเช่นกัน
ล่าสุดตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ทวีปยุโรปเผชิญอากาศร้อนผิดฤดูกาลจากโดมความร้อน อุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งแตะราว 40 องศาเซลเซียส (104 องศาฟาเรนไฮต์) ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ภาคตะวันออกกำลังเตรียมรับมือคลื่นความร้อนระลอกใหญ่ที่จะกินเวลายาวนานหลายวัน ส่วนภาคตะวันตกเฉียงใต้ก็มีอุณหภูมิแตะระดับ 100 องศาฟาเรนไฮต์ (38 องศาเซลเซียส) แล้วในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มว่าความร้อนจะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมในช่วงวันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม
เมื่อโลกร้อนขึ้น คลื่นความร้อนก็ยิ่งรุนแรง
นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของภาวะโลกร้อน กำลังทำให้คลื่นความร้อนทั่วโลกทวีความรุนแรง ยาวนาน และเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม ฟรานซิสระบุว่าคลื่นความร้อนลักษณะนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นผลสะสมจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและการตัดไม้ทำลายป่ามาอย่างยาวนาน จนทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่าที่ทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ล้วนเป็นไปตามที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้สำหรับโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเจออากาศร้อนจัด
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด ดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน ป้องกันภาวะขาดน้ำ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัดที่สุดของวัน
- หาที่ร่มหรือพื้นที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ หลายเมืองมีศูนย์พักคลายร้อนให้บริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- แช่ตัวในสระว่ายน้ำหรือแหล่งน้ำใกล้เคียงเพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย
- อย่ามองข้ามการคลายร้อนช่วงกลางคืน เพราะโดมความร้อนทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความร้อนได้ยากขึ้น แม้ในเวลากลางคืน
เลบีเสริมว่าช่วงเวลากลางคืนมีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือพื้นที่คลายร้อนที่เหมาะสม เนื่องจากความชื้นในอากาศจะยิ่งเพิ่มผลกระทบของความร้อนต่อร่างกายให้รุนแรงมากขึ้นไปอีก
tag:#โดมความร้อน #คลื่นความร้อน #โลกร้อน #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #สภาพอากาศ #HeatDome #HeatWave #ClimateChange #ExtremeHeat #GlobalWarming