ยูฟ่าซัดฟีฟ่า 'ข้ามเส้นแดง' ปล่อยบาโลกันลงเตะบอลโลกทั้งที่เพิ่งโดนใบแดง
ยูฟ่าซัดฟีฟ่า 'ข้ามเส้นแดง' ปล่อยบาโลกันลงเตะบอลโลกทั้งที่เพิ่งโดนใบแดง
ยูฟ่า (UEFA) องค์กรลูกหนังยุโรปออกโรงวิจารณ์ฟีฟ่า (FIFA) อย่างหนัก หลังไฟเขียวให้ โฟลาริน บาโลกัน (Folarin Balogun) กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ลงเตะฟุตบอลโลกนัดพบเบลเยียมในวันจันทร์ ทั้งที่เพิ่งโดนใบแดงในเกมก่อนหน้า ยูฟ่าลั่นว่าฟีฟ่า 'ข้ามเส้นแดง' ด้วยการไม่บังคับใช้โทษแบนหนึ่งนัดตามกฎ ท่ามกลางแรงกดดันจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าความน่าเชื่อถือของทัวร์นาเมนต์กำลังสั่นคลอน
ยูฟ่าลั่น "ตัดสินใจแบบเข้าใจไม่ได้"
จากเมืองนียง (Nyon) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยูฟ่าซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลของยุโรป ออกมาตำหนิฟีฟ่าว่าเป็น "การตัดสินใจที่เข้าใจไม่ได้และไม่มีเหตุผลรองรับ" ที่ยอมให้ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ลงสนามในศึกฟุตบอลโลกนัดเจอกับเบลเยียมในวันจันทร์ ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งรับใบแดงในเกมนัดก่อน
ในแถลงการณ์ ยูฟ่าระบุว่าฟีฟ่า "ข้ามเส้นแดง" ด้วยการตัดสินใจไม่บังคับใช้โทษแบนหนึ่งนัดที่บาโลกันต้องรับตามกฎ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากฟีฟ่าเผชิญแรงกดดันจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
"บางครั้งกฎก็ตีความได้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่"
ยูฟ่าไม่ปล่อยผ่านประเด็นนี้ง่าย ๆ โดยระบุในแถลงการณ์ว่า "บางครั้งกฎก็เปิดช่องให้ตีความได้ แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่" พร้อมเสริมว่า "ความศักดิ์สิทธิ์ของเกมกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันก็ถูกบั่นทอน"
ทั้งนี้ บาโลกันโดนใบแดงในเกมฟุตบอลโลกรอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่สหรัฐฯ พบกับบอสเนีย ซึ่งลงเตะกันที่เมืองซานตาคลารา (Santa Clara) รัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้กับซานฟรานซิสโก เมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นสำคัญโดยสรุป
- ยูฟ่าวิจารณ์ฟีฟ่าว่าตัดสินใจแบบ "เข้าใจไม่ได้และไม่มีเหตุผล" ที่ปล่อยให้บาโลกันลงเตะบอลโลกนัดพบเบลเยียม
- ฟีฟ่าเลือกไม่บังคับใช้โทษแบนหนึ่งนัดที่บาโลกันต้องรับตามกฎ
- การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังฟีฟ่าเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
- ยูฟ่าชี้ว่าฟีฟ่า "ข้ามเส้นแดง" และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันกำลังถูกบั่นทอน
- บาโลกันโดนใบแดงในเกมรอบ 32 ทีมที่สหรัฐฯ พบบอสเนีย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
tag:#ฟุตบอลโลก #ยูฟ่า #ฟีฟ่า #บาโลกัน #ทีมชาติสหรัฐ #WorldCup2026 #FolarinBalogun #DonaldTrump #Sports #FarangThai
Source: AP