"ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น และร้อนขึ้นเรื่อย ๆ" ยุโรปกำลังเข้าสู่ยุคภูมิอากาศใหม่ที่โลกไม่เคยเห็น
"ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น และร้อนขึ้นเรื่อย ๆ" ยุโรปกำลังเข้าสู่ยุคภูมิอากาศใหม่ที่โลกไม่เคยเห็น
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อังกฤษและยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนที่ทุบสถิติเดิมอย่างถล่มทลาย จนองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ "ผิดปกติอย่างสุดขั้ว" นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอากาศร้อนจัดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ "ภาพตัวอย่าง" ของสภาพภูมิอากาศแบบใหม่ที่ยุโรปต้องอยู่กับมันไปอีกนาน ตราบใดที่มนุษย์ยังเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
คลื่นความร้อนซ้อนคลื่นความร้อน
แม้จะเพิ่งเข้าสู่เดือนกรกฎาคมได้ไม่กี่วัน แต่อังกฤษและยุโรปก็ผ่านคลื่นความร้อนทำลายสถิติมาแล้วถึงสองระลอกติด ๆ กัน คือช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน และล่าสุดยังมีคลื่นความร้อนระลอกที่สามกำลังก่อตัวเข้ามาอีก
สิ่งที่หลายคนรู้สึกว่า "ผิดปกติ" นั้นถูกต้องแล้ว เพราะมันผิดปกติจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วสำหรับโลกที่ร้อนขึ้น ศาสตราจารย์สตีเฟน เบลเชอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของกรมอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ (Met Office) ระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์เป็นต้นเหตุ ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น"
อังกฤษ: กว่า 170 สถานีทุบสถิติ ร้อนพุ่งเกินค่าเฉลี่ยถึง 10 องศา
ความรุนแรงของคลื่นความร้อนเห็นได้ชัดจากข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วอังกฤษในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ที่พุ่งสูงเกินค่าปกติของช่วงเวลานั้น ๆ อย่างมาก โดยเฉพาะสองช่วงพีคปลายเดือนพฤษภาคมและปลายเดือนมิถุนายน ที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงราว 10 องศาเซลเซียส ซึ่งทะลุกรอบอุณหภูมิ "ปกติ" ที่เคยบันทึกมาตั้งแต่ปี 1931 ไปไกล
- อุณหภูมิพุ่งสูงสุดที่ 37.7 องศาเซลเซียส ที่เมืองลิงวูด มณฑลนอร์ฟอล์ก ทุบสถิติเดิมของเดือนมิถุนายนที่อังกฤษเคยทำไว้ที่ 35.6 องศา เมื่อปี 1957 (และเสมอกันในปี 1976)
- มีสถานีตรวจอากาศมากกว่า 170 แห่งทำลายสถิติเดิมของตัวเอง ส่วนใหญ่อยู่ในอังกฤษและเวลส์ และบางส่วนในสกอตแลนด์กับไอร์แลนด์เหนือ
- ลิงวูดคือจุดที่ทุบสถิติแรงที่สุด โดยทำลายสถิติเดือนมิถุนายนของตัวเองไปถึง 6 องศา
- ความร้อนรุนแรงที่สุดในพื้นที่ตอนใต้ของอังกฤษและตอนใต้ของเวลส์ แต่แทบไม่มีพื้นที่ไหนรอดพ้นความร้อน
ศาสตราจารย์เอ็ด ฮอว์กินส์ นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเรดดิง อธิบายว่า ปกติแล้วสถิติอากาศมักถูกทำลายด้วยส่วนต่างเพียงเล็กน้อย ระดับเศษหนึ่งในสิบขององศา หรืออย่างมากก็ประมาณ 1 องศา "แต่การที่มันถูกทุบด้วยส่วนต่างมากขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องน่าตกใจและผิดปกติอย่างยิ่ง"
กลางคืนก็ไม่คลาย: คืนเขตร้อนที่หลับยาก
สิ่งที่ทำให้คลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนทรมานเป็นพิเศษ คือการมาพร้อมกัน "สองเด้ง" ทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง เมื่ออากาศชื้น ร่างกายจะระบายความร้อนด้วยเหงื่อได้ยากขึ้น
ที่แย่กว่านั้นคือ แม้พระอาทิตย์ตกดินแล้วอากาศก็ยังร้อนอยู่ ทำให้นอนหลับยาก ทั้งที่ร่างกายเราต้องอาศัยอากาศเย็นตอนกลางคืนเพื่อฟื้นตัวจากความร้อนในเวลากลางวัน
- ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ คืนวันที่ 24 มิถุนายน อุณหภูมิไม่ลดลงต่ำกว่า 23.5 องศาเซลเซียสเลย นับเป็นคืนเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในอังกฤษ
- พื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษและเวลส์เจอ "คืนเขตร้อน" (tropical night) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง คือคืนที่อุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่า 20 องศา ซึ่งในอดีตเป็นสิ่งที่หายากมากสำหรับอังกฤษ โดยลอนดอน บริสตอล และเซาแทมป์ตัน บางแห่งเจอถึง 3-4 คืน
ฮอว์กินส์ระบุว่า "เราคาดว่าจะได้เห็นคืนเขตร้อนบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่อุณหภูมิโลกยังสูงขึ้น"
ทั่วยุโรป: กว่าสิบประเทศทุบสถิติ บางแห่งทะลุ 40 องศา
"โดมความร้อน" (heat dome) ก้อนเดียวกันที่แผ่ปกคลุมอังกฤษ ก็ทำให้สถิติทั่วยุโรปพังทลายไปด้วย กรมอุตุฯ เยอรมนีเรียกมันว่า "คลื่นความร้อนที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์" ส่วนกรมอุตุฯ ฝรั่งเศสใช้คำว่า "ไม่ธรรมดา" และ "ประวัติศาสตร์"
มีมากกว่าสิบประเทศทั่วยุโรปตะวันตก กลาง และตะวันออก ทำลายสถิติอุณหภูมิเดือนมิถุนายน โดยส่วนต่างจากสถิติเดิมสูงถึง 2-3 องศา และบางประเทศร้อนทะลุ 40 องศา จนกลายเป็นสถิติสูงสุด "ตลอดกาล" ทั้งที่ปกติเดือนมิถุนายนยังเย็นกว่าเดือนกรกฎาคมด้วยซ้ำ
สถิติใหม่ของอุณหภูมิเดือนมิถุนายนในแต่ละประเทศ (เรียงจากร้อนที่สุด):
- ฮังการี 42 องศา
- สาธารณรัฐเช็ก 41.9 องศา
- เยอรมนี 41.8 องศา
- โครเอเชีย 41 องศา
- ออสเตรีย 40.1 องศา
- เนเธอร์แลนด์ 39.4 องศา
- เบลเยียม 39.4 องศา
- สวิตเซอร์แลนด์ 39 องศา
- สโลวีเนีย 38.7 องศา
- ลักเซมเบิร์ก 38.2 องศา
- อังกฤษ 37.7 องศา
- เดนมาร์ก 37 องศา
- ลิทัวเนีย 36.3 องศา
โดยลักเซมเบิร์กและเบลเยียมทุบสถิติเดิมด้วยส่วนต่างเกิน 2 องศา ส่วนฮังการี เช็ก เยอรมนี และเดนมาร์ก นั้นทำลายสถิติสูงสุด "ตลอดทั้งปี" ไม่ใช่แค่เดือนมิถุนายน ขณะที่ฝรั่งเศสและสเปนก็ทำสถิติวันที่ร้อนที่สุดของเดือนมิถุนายนเมื่อวัดจากค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
ศาสตราจารย์โซเนีย เซเนวิรัตเน จากสถาบันวิทยาศาสตร์บรรยากาศและภูมิอากาศ ETH ซูริก บอกว่า "เมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีต นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด" แต่เธอเสริมว่า "ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ฉันไม่ได้แปลกใจนักที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าภูมิอากาศกำลังร้อนขึ้น"
ทำไมยุโรปถึงร้อนเร็วกว่าใคร
อุณหภูมิโลกสูงขึ้นตลอดศตวรรษที่ผ่านมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ แต่ภูมิศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ทำให้ความเร็วในการร้อนขึ้นต่างกัน และยุโรปคือทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก
ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1946 แสดงให้เห็นว่าทุกทวีปอุ่นขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะตั้งแต่ยุค 1980-1990 เป็นต้นมา แต่ยุโรปนำโด่ง โดยในช่วงทศวรรษที่สิ้นสุดปี 2025 อุณหภูมิเฉลี่ยของยุโรปสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 0.87 องศา ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ราว +0.5 องศา
สาเหตุที่ยุโรปร้อนเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการละลายของหิมะและน้ำแข็งสีขาวที่เคยช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ รวมถึงจำนวนอนุภาคมลพิษในอากาศที่ลดลง ทำให้พลังงานจากดวงอาทิตย์ถูกสะท้อนกลับสู่อวกาศน้อยลง และมาสะสมความร้อนที่พื้นผิวโลกมากขึ้น นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์บางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า ภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นอาจกำลังเปลี่ยนรูปแบบการไหลเวียนของอากาศเหนือยุโรป ทำให้เกิดระบบความกดอากาศสูงที่นำไปสู่คลื่นความร้อนบ่อยขึ้น แม้เรื่องนี้จะยังไม่ฟันธง
แม้แต่ทะเลก็ร้อน
ฤดูร้อนปีนี้ทะเลรอบยุโรปอุ่นผิดปกติเช่นกัน เกิดสภาวะ "คลื่นความร้อนในทะเล" (marine heatwave) รอบชายฝั่งอังกฤษ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากอากาศที่ร้อนทุบสถิติในช่วงสัปดาห์ก่อน และเนื่องจากน้ำเย็นตัวช้ากว่าอากาศ ความร้อนในทะเลจึงอยู่ได้นานกว่า และยังอาจไปเสริมให้คลื่นความร้อนบนบกในอนาคตรุนแรงขึ้น เพราะลดผลของลมทะเลที่เคยช่วยพัดพาความเย็นเข้าฝั่ง
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลรอบยุโรปในเดือนมิถุนายน (เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 1993-2022) สูงกว่าปกติแทบทั้งหมด เช่น ทะเลขาว +3.4 องศา, อ่าวบิสเคย์ +2.1 องศา, ทะเลเรนต์ส +1.7 องศา, ทะเลบอลติก +1.7 องศา, ช่องแคบอังกฤษ +1.8 องศา, ทะเลเหนือ +1.5 องศา, ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน +1.4 องศา และทะเลนอร์วีเจียน +1.2 องศา
จาก "เรื่องหายาก" กลายเป็น "เรื่องปกติ"
ไม่กี่สิบปีก่อน การที่อังกฤษมีอุณหภูมิแตะ 30 องศาในเดือนมิถุนายนถือเป็นเรื่องค่อนข้างหายาก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1960 ชี้ว่า 9 ใน 10 ปีล่าสุด (2017-2026) อังกฤษแตะ 30 องศาในเดือนมิถุนายน ขณะที่ในช่วง 40 ปีก่อนปี 2000 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 12 ครั้งเท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า แนวโน้มร้อนขึ้นในระยะยาวไม่ได้แปลว่าคลื่นความร้อนครั้งหน้าจะต้องร้อนกว่าครั้งนี้เสมอไป หรือฤดูร้อนปีหน้าจะต้องร้อนกว่าปีนี้ แต่โดยภาพรวม ฤดูร้อนของอังกฤษและยุโรปจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่การปล่อยคาร์บอนยังทำให้โลกร้อนขึ้น
ศาสตราจารย์ฮอว์กินส์ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า "คลื่นความร้อนของเราจะร้อนขึ้น ร้อนขึ้น และร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะไปถึงจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลก แล้วภูมิอากาศจึงจะเริ่มนิ่ง"
สรุปประเด็นสำคัญ
- อังกฤษและยุโรปเจอคลื่นความร้อนทุบสถิติสองระลอกติดในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2026 และมีระลอกที่สามกำลังมา
- อังกฤษพุ่งสูงสุด 37.7 องศาที่ลิงวูด และมีกว่า 170 สถานีทำลายสถิติเดิม
- คืนเขตร้อน (ไม่ต่ำกว่า 20 องศา) ที่เคยหายากในอังกฤษ กลายเป็นเรื่องเกิดขึ้นทั่วไป
- ยุโรปกว่าสิบประเทศทุบสถิติ ฮังการีร้อนสุด 42 องศา และ 4 ประเทศทำสถิติสูงสุดตลอดกาล
- ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติ 0.87 องศา
- ทะเลรอบยุโรปก็ร้อนผิดปกติ ยิ่งซ้ำเติมคลื่นความร้อนบนบก
- ต้นตอหลักคือการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก
tag:#ภูมิอากาศ #คลื่นความร้อน #โลกร้อน #ยุโรป #อากาศร้อน #วิกฤตสภาพภูมิอากาศ #ก๊าซเรือนกระจก #ClimateChange #Heatwave #GlobalWarming #Europe #ExtremeHeat #ClimateCrisis #Emissions
Source: BBC