หลังศึกดราม่าเซวตา EU เร่งถอดบทเรียนวิกฤตผู้อพยพ
ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union - EU) เตรียมประชุมกันในวันอังคารนี้เพื่อถอดบทเรียนเบื้องต้นจากวิกฤตที่เมืองเซวตา (Ceuta) หลังเหตุการณ์ผู้อพยพจำนวนมากทะลักเข้าดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงมาดริดกับกลุ่มประเทศที่ยึดจุดยืนแข็งกร้าวด้านผู้อพยพตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มีผู้อพยพราว 60,000 คนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเซวตาจากโมร็อกโก (Morocco) แม้ตอนนี้เกือบทั้งหมดจะเดินทางออกไปแล้ว แต่ก็เผยให้เห็นรอยร้าวด้านนโยบายผู้อพยพในหมู่ประเทศสมาชิก 27 ชาติของ EU ได้ชัดเจนขึ้น
นับตั้งแต่ภาพผู้อพยพจำนวนมากว่ายน้ำอ้อมแนวรั้วกั้นระหว่างเซวตากับโมร็อกโกเผยแพร่ออกมา กรุงมาดริดก็ตกอยู่ในสถานะปะทะคารมกับหลายเมืองหลวงของชาติสมาชิกด้วยกันเอง
การประชุมทางวิดีโอของรัฐมนตรีมหาดไทยกลุ่มประเทศ EU ในวันอังคารเวลา 10:00 น. (08:00 น. ตามเวลา GMT) จะเป็นเวทีให้แต่ละประเทศหาจุดร่วมกัน หรือในทางกลับกันอาจทำให้จุดยืนที่ต่างกันยิ่งแข็งกร้าวขึ้นไปอีก
ฝ่ายที่สนับสนุนแนวทางเข้มงวดนำโดยอิตาลี (Italy) และเดนมาร์ก (Denmark) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดริกเซน (Mette Frederiksen) ออกมาเตือนว่า "การอพยพที่ไร้การควบคุมเป็นภัยคุกคามต่อยุโรป"
ทั้งสองประเทศเคยเสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ระงับสถานะสมาชิกกลุ่มเชงเก้น (Schengen) ที่เดินทางเสรีของสเปนเพื่อตอบโต้วิกฤตครั้งนี้ ซึ่งมาดริดปฏิเสธข้อเสนอนี้อย่างหนักแน่น อีกทั้งตามกฎของ EU แล้วก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี
สงครามจดหมาย
นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) ซึ่งรัฐบาลของเขาสนับสนุนแนวทางเปิดกว้างด้านผู้อพยพ รวมถึงผลักดันให้สถานะทางกฎหมายแก่ผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารซึ่งอยู่ในประเทศอยู่แล้ว ได้ตอบโต้ผ่านจดหมายถึงผู้นำสถาบันต่าง ๆ ของ EU เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ซานเชซกล่าวหาว่าชาติสมาชิกอื่น ๆ มีท่าที "เห็นแก่ตัว" และเป็นฝ่ายแรกที่เรียกร้องให้จัดประชุมฉุกเฉินระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อวางแนวทาง "การตอบสนองร่วมกัน" ต่อวิกฤตลักษณะนี้
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา 22 ประเทศที่นำโดยอิตาลี เดนมาร์ก เยอรมนี (Germany) และฮังการี (Hungary) ก็ส่งจดหมายโต้กลับ เรียกร้องให้เปิดเจรจาด่วนเช่นกัน แต่ด้วยเป้าหมายที่ต่างออกไป คือต้องการกดดันให้คงจุดยืนที่แข็งกร้าวด้านผู้อพยพต่อไป
ฝรั่งเศส (France) ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจของ EU กลับวางตัวห่างจากความเคลื่อนไหวนี้ โดยระบุว่าเป็นการฉวยโอกาสใช้สถานการณ์ที่เซวตาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พร้อมย้ำว่าผู้อพยพส่วนใหญ่ที่ข้ามเข้าไปในดินแดนสเปนได้เดินทางกลับโมร็อกโกไปแล้ว
ก่อนหน้าการประชุมวันอังคาร คณะทูตของประเทศสมาชิก EU ได้หารือกันเมื่อวันจันทร์ ซึ่งนักการทูตรายหนึ่งเปิดเผยว่าทูตของสเปนแสดงความ "ผิดหวัง" ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาติสมาชิกอื่นเท่าที่ควร
ในทางกลับกัน แม้ทุกประเทศจะยืนยัน "ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" กับมาดริด แต่นักการทูตรายเดิมระบุว่าบางประเทศก็เริ่มตั้งคำถามว่า นโยบายล่าสุดของสเปนอาจส่งสัญญาณว่า "ประตูเปิดอยู่" หรือไม่
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ต้อนรับการเจรจาครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสในการถอดบทเรียนเพื่อวาง "การตอบสนองร่วมกันของยุโรป" ต่อความท้าทายเรื่องผู้อพยพผิดกฎหมาย
เมื่อวันจันทร์ ฟอน เดอร์ ไลเอินเรียกร้องให้ EU เดินหน้าเข้มข้นขึ้นในห้าด้าน ได้แก่ การป้องกันการอพยพผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางผ่านความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร การเสริมความแข็งแกร่งของพรมแดนภายนอก การวางระบบเตือนภัยล่วงหน้า การปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนคน และการเร่งส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศต้นทาง
ฟอน เดอร์ ไลเอินระบุว่าการประชุมวันอังคารนี้เป็นเพียง "ก้าวแรก" และคาดว่าผู้นำประเทศสมาชิกจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารืออีกครั้งในการประชุมสุดยอดครั้งถัดไป ซึ่งขณะนี้กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา EU ได้เข้มงวดกฎระเบียบด้านผู้อพยพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการอนุญาตให้ประเทศสมาชิกส่งตัวผู้ขอลี้ภัยที่ถูกปฏิเสธไปยัง "ศูนย์ส่งกลับ" ที่ตั้งอยู่นอกพรมแดนของกลุ่ม
เซวตาเป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ ติดกับโมร็อกโก ถือเป็นหนึ่งในพรมแดนทางบกเพียงไม่กี่จุดระหว่างทวีปแอฟริกากับสหภาพยุโรป จึงมักเป็นจุดที่ผู้อพยพพยายามข้ามเข้าสู่ดินแดนยุโรปอยู่บ่อยครั้ง
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความสามัคคีของ EU ในประเด็นผู้อพยพ ซึ่งเป็นปัญหาที่แบ่งขั้วความคิดเห็นในกลุ่มประเทศสมาชิกมาอย่างยาวนาน
tag:#เซวตา #Ceuta #สหภาพยุโรป #EU #ผู้อพยพ #สเปน #PedroSanchez #UrsulaVonDerLeyen #โมร็อกโก #Schengen #ข่าวต่างประเทศ #FarangThai