อ่างเก็บน้ำแม่น้ำโคโลราโดแห้งขั้นวิกฤต รัฐบาลทรัมป์ขู่ตัดปริมาณน้ำครั้งใหญ่
วิกฤตน้ำในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ทางตัน หลังรัฐต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาแทบหยุดชะงัก และทางออกที่เหลืออยู่ก็ริบหรี่ลงทุกที
ทะเลสาบมี้ด (Lake Mead) และทะเลสาบพาวเวลล์ (Lake Powell) ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำใหญ่ที่สุดสองแห่งของประเทศบนแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ นี่คือช่วงเวลาแห่งการเผชิญหน้าความจริงของภาคตะวันตกที่กำลังเผชิญภัยแล้ง เพราะเจ็ดรัฐที่เกี่ยวข้องยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะแบ่งปันปริมาณน้ำที่กำลังหดหายอย่างรวดเร็วนี้อย่างไร
แม่น้ำโคโลราโดถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาคนี้ และเป็นเส้นแบ่งระหว่างกลุ่มรัฐลุ่มน้ำตอนบน ได้แก่ โคโลราโด (Colorado) ไวโอมิง (Wyoming) ยูทาห์ (Utah) และนิวเม็กซิโก (New Mexico) กับกลุ่มรัฐลุ่มน้ำตอนล่าง ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย (California) แอริโซนา (Arizona) และเนวาดา (Nevada)
เคลลี แชนนอน แม็คนีล (Kelly Shannon McNeill) ผู้อำนวยการบริหารขององค์กร LA Waterkeeper ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังการใช้น้ำ ให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส นิวส์ (CBS News) ว่าแคลิฟอร์เนียและรัฐลุ่มน้ำตอนล่างอื่น ๆ ลดการใช้น้ำจากแม่น้ำโคโลราโดลงเกือบ 20% นับตั้งแต่ปี 2015 (พ.ศ. 2558) แต่รัฐลุ่มน้ำตอนบนกลับ "ทำตรงกันข้าม"
"ในปีที่ผ่านมาปีเดียว พวกเขาใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม และบอกว่าไม่สามารถลดการใช้น้ำได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของเจตจำนงทางการเมืองล้วน ๆ" แม็คนีลกล่าว
หลังจากการเจรจาระหว่างรัฐต่าง ๆ ล้มเหลวมาหลายปี ตอนนี้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังเตรียมออกมาตรการตัดปริมาณน้ำครั้งใหญ่
แคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และเนวาดา เสนอที่จะลดการใช้น้ำลงประมาณ 1.6 ล้านเอเคอร์ฟุต หรือราว 500,000 ล้านแกลลอนต่อปี เป็นเวลาสองปีข้างหน้า
แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่ควบคุมการไหลของน้ำกำลังพิจารณาตัดปริมาณน้ำมากกว่านั้นเกือบสองเท่า มาตรการตัดน้ำครั้งใหญ่นี้น่าจะทำให้เมืองต่าง ๆ ต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้นในการจัดหาน้ำ มีข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการใช้น้ำนอกบ้าน และเกษตรกรที่ใช้น้ำจากแม่น้ำสายนี้เป็นส่วนใหญ่ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
"ฉันอยากขอร้องให้คนที่อาศัยอยู่ในรัฐเหล่านั้นติดต่อผู้แทนที่ตนเลือกตั้งและผู้เจรจาที่โต๊ะเจรจา และเร่งเร้าให้พวกเขามาคุยกัน ... และหาข้อตกลงร่วมกันให้ได้" แม็คนีลกล่าว
น้ำในแม่น้ำโคโลราโดเริ่มต้นจากหิมะบนเทือกเขาร็อกกี (Rocky Mountains) แต่สภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้หิมะปกคลุมน้อยลงและหิมะละลายน้อยลงที่จะไหลลงสู่แม่น้ำในแต่ละฤดูใบไม้ผลิ การเติบโตของประชากรในภูมิภาคนี้ก็ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตให้หนักขึ้นไปอีก

หากระดับน้ำในทะเลสาบพาวเวลล์ลดลงอีกเพียง 33 ฟุต อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้อีกต่อไป หมายความว่าน้ำจะไม่สามารถไหลผ่านเขื่อนลงสู่แม่น้ำโคโลราโดได้
และเมื่อทั้งทะเลสาบมี้ดและพาวเวลล์เหลือน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุ ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่มีเวลาให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจมัวแต่ถ่วงเวลาอีกต่อไป
tag:#แม่น้ำโคโลราโด #ภัยแล้ง #LakeMead #LakePowell #โดนัลด์ทรัมป์ #วิกฤตน้ำ #ClimateChange #สหรัฐอเมริกา #WorldNews #FarangThai