ประธานาธิบดีโคลอมเบียเผยขอทรัมป์ระงับภาษีนำเข้า หลังแผ่นดินไหวรุนแรงถล่มประเทศ
อาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอยา (Abelardo de la Espriella) ประธานาธิบดีคนใหม่ของโคลอมเบีย (Colombia) เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์หาประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เพื่อขอให้พิจารณาระงับมาตรการภาษีนำเข้าที่เก็บจากสินค้าโคลอมเบียชั่วคราว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศกำลังฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก
สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากโคลอมเบียจาก 10% เป็น 12.5% เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยกเว้นสินค้าบางประเภท เช่น กาแฟและน้ำมัน
"ผมขอให้เขาพิจารณาระงับภาษีอัตราสูงที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าโคลอมเบียเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการของเราที่กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากจากผลกระทบของแผ่นดินไหว" เด ลา เอสปรีเอยาระบุผ่าน X
ภาษีนำเข้าอัตราใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม แทนที่มาตรการภาษีทั่วโลกที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกันซึ่งกำลังจะหมดอายุ
เด ลา เอสปรีเอยาเผยว่าได้พูดคุยกับทรัมป์ราว 10 นาที โดยทรัมป์แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
"บทสนทนาเป็นไปด้วยความเป็นมิตรและอบอุ่น" ผู้นำโคลอมเบียกล่าว
"ผมบอกเขาว่าเรามีความท้าทายใหญ่รออยู่ข้างหน้า นั่นคือการฟื้นฟูโคลอมเบียท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากอย่างที่สุดซึ่งผมรับช่วงต่อมา"
ทาง CBS News ได้ติดต่อขอความเห็นจากทำเนียบขาวเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวแล้ว
แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายหนักให้เมืองกาลี (Cali) และเปเรย์รา (Pereira) ทางตะวันตกของโคลอมเบีย มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 คน และบ้านเรือนพังเสียหายเกือบ 13,000 หลัง
ในเดือนกรกฎาคม รัฐบาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 12.5% กับ 60 ประเทศ รวมถึงโคลอมเบีย โดยกล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้ไม่สามารถขจัดปัญหาแรงงานบังคับได้ มาตรการนี้อาศัยอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) แทนที่ภาษีเดิมภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายฉบับเดียวกันที่ประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์และเพิ่งหมดอายุ
การที่ทำเนียบขาวหันมาใช้มาตรา 122 แล้วตามด้วยมาตรา 301 เกิดขึ้นหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) มีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ให้ยกเลิกมาตรการภาษีวงกว้างที่ทรัมป์เคยประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศปี 1977 (International Emergency Economic Powers Act) โดยระบุว่าเป็นการบังคับใช้ที่ผิดกฎหมายเนื่องจากไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
ทรัมป์เคยสนับสนุนเด ลา เอสปรีเอยา นักการเมืองฝ่ายขวาซึ่งเป็นทนายความมหาเศรษฐีผันตัวมาเล่นการเมือง ระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเด ลา เอสปรีเอยาขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ผู้นำฝ่ายซ้าย ซึ่งรัฐบาลของเขามักมีความขัดแย้งกับทำเนียบขาวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ เปโตรเคยถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน และ CBS News รายงานเมื่อเดือนมีนาคมว่าเขาตกเป็นเป้าการสอบสวนคดียาเสพติดของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ด้วย
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เด ลา เอสปรีเอยาได้เข้าร่วมพันธมิตรที่เรียกว่า Shield of the Americas ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรต่อต้านกลุ่มค้ายาเสพติดที่นำโดยทรัมป์ ประกอบด้วยรัฐบาลที่สนับสนุนสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคละตินอเมริกา รวมถึงอาร์เจนตินา (Argentina) เอกวาดอร์ (Ecuador) และเอลซัลวาดอร์ (El Salvador)
ประเทศสมาชิกจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานด้านกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคง เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ
เด ลา เอสปรีเอยามีแผนจะสร้างพันธมิตรทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อเสริมกำลังในการปราบปรามกลุ่มกองโจร
tag:#โคลอมเบีย #แผ่นดินไหว #DonaldTrump #ภาษีนำเข้า #ละตินอเมริกา #Colombia #GustavoPetro #WorldNews #การเมืองโลก #FarangThai