จีนสั่ง Meta ถอนดีลซื้อสตาร์ตอัป AI 'Manus' มูลค่ากว่าสองพันล้านดอลลาร์
จีนสั่งให้ Meta ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐ ถอนดีลซื้อกิจการสตาร์ตอัปปัญญาประดิษฐ์ Manus มูลค่ากว่าสองพันล้านดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ขณะที่ปักกิ่งเข้มงวดการตรวจสอบการลงทุนของสหรัฐในสตาร์ตอัปจีนที่พัฒนาเทคโนโลยีล้ำหน้า
7 เมษายน — จีนสั่งให้ Meta ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ถอนการเข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ "Manus" มูลค่ากว่าสองพันล้านดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของปักกิ่งที่กำลังเข้มงวดการตรวจสอบการเข้าลงทุนของสหรัฐในสตาร์ตอัปภายในประเทศที่พัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้า
การตัดสินใจของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (National Development and Reform Commission หรือ NDRC) สะท้อนชัดว่าจีนเอาจริงเอาจังกับการสกัดไม่ให้บริษัทสหรัฐเข้าซื้อบุคลากรและทรัพย์สินทางปัญญาด้าน AI ของจีน ขณะที่ในอีกฟากหนึ่ง วอชิงตันก็พยายามจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูงของสหรัฐโดยบริษัทเทคโนโลยีจีน
หน่วยงานภายใต้ NDRC ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความมั่นคงของการลงทุนจากต่างประเทศ ระบุว่าจะห้ามการลงทุนต่างชาติใน Manus ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องถอนธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ทั้งนี้ NDRC ไม่ได้ระบุชื่อ Meta หรือนักลงทุนต่างชาติรายอื่นใน Manus
หลังจากระดมทุนรอบ 75 ล้านดอลลาร์ที่นำโดยบริษัทเวนเจอร์แคปิทัลสัญชาติสหรัฐ Benchmark เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) Manus ได้ปิดสำนักงานในจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม และเลิกจ้างพนักงานหลายสิบคน ก่อนจะย้ายฐานปฏิบัติการไปยังสิงคโปร์
การย้ายดังกล่าวทำให้บริษัทแม่ของ Manus คือ Butterfly Effect สามารถจดทะเบียนใหม่ในสิงคโปร์ และเลี่ยงทั้งข้อจำกัดของสหรัฐที่ห้ามลงทุนในบริษัท AI ของจีน รวมถึงกฎของจีนเองที่จำกัดความสามารถของบริษัท AI ในประเทศในการโอนทรัพย์สินทางปัญญาและเงินทุนออกนอกประเทศ
ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าจีนใช้เหตุผลใดในการขอให้ยกเลิกดีลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์ และจะมีวิธี "ถอนคืน" ธุรกรรมที่เสร็จสิ้นไปแล้วได้อย่างไร หรือทำได้จริงหรือไม่
แต่นักวิเคราะห์และนักกฎหมายชี้ว่า การสั่งถอนดีลที่ปิดไปแล้วซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก ตอกย้ำว่าปักกิ่งกำลังพยายามวางขอบเขตอำนาจตัดสินของตนเหนือธุรกรรมข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ ผู้ถือหุ้น หรือเทคโนโลยีของจีน ภายใต้กรอบการตรวจสอบความมั่นคงแห่งชาติ
นับจากนี้ การขออนุมัติด้านความมั่นคงแห่งชาติของจีน จะกลายเป็นเงื่อนไขปิดดีลตามปกติสำหรับธุรกรรมเทคโนโลยีข้ามพรมแดน เหวยเหิง เฉิน (Weiheng Chen) หุ้นส่วนอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายเกรตเตอร์ไชน่าของสำนักกฎหมาย Wilson Sonsini ระบุ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้กลางเดือนพฤษภาคม ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง โดยกระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศเปิดสอบสวนดีลนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม เพียงไม่กี่วันหลัง Meta ปิดดีลซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์
โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนเคยระบุในขณะนั้นว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างชาติ การส่งออกเทคโนโลยี การโอนข้อมูลข้ามประเทศ และการเข้าซื้อกิจการ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของจีน
ฝ่าย Meta ที่มีสำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตอบโต้คำสั่งล่าสุดของปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ทุกประการ และคาดว่าจะมีทางออกที่เหมาะสมสำหรับการสอบสวนนี้
Meta เข้าซื้อกิจการ Manus เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานด้าน AI agent หรือเครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำภารกิจซับซ้อนโดยอาศัยการแทรกแซงของมนุษย์ให้น้อยที่สุด
ธุรกรรมข้ามพรมแดนใต้กล้องส่อง
ผู้ร่วมก่อตั้ง Manus สองคนคือ ซีอีโอ เซียวหง (Xiao Hong) และหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ จี้ อี้เฉา (Ji Yichao) ถูกเรียกตัวเข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลที่ปักกิ่งเมื่อเดือนมีนาคม และต่อมาถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ตามคำให้สัมภาษณ์ของห้าแหล่งข่าวที่รู้เรื่องนี้
เซียวและจี้ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นจากรอยเตอร์ส ขณะที่พนักงาน Manus ได้ย้ายเข้าไปประจำที่สำนักงาน Meta ในสิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว และโครงการต่าง ๆ ยังเดินหน้าต่อ แม้ผู้บริหารทั้งสองจะถูกห้ามเดินทาง ตามที่สองแหล่งข่าวที่รู้เรื่องนี้ระบุ
คาร์ล หลี่ (Carl Li) หุ้นส่วนของสำนักกฎหมายจีน Zhong Lun โพสต์บน LinkedIn เมื่อวันจันทร์ว่า ความเคลื่อนไหวของปักกิ่งสะท้อนว่าการวิเคราะห์การเข้าซื้อกิจการในเชิงกำกับดูแล ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถานที่จดทะเบียนของบริษัทเป้าหมายอีกต่อไป
หลี่ระบุว่า ที่มาของเทคโนโลยี ที่ตั้งของศูนย์วิจัยและพัฒนาหลัก สัญชาติและที่อยู่ของทีมผู้ก่อตั้ง การดำเนินงานในจีนที่ผ่านมา การไหลของข้อมูล รวมถึงกระบวนการปรับโครงสร้างไปต่างประเทศ ทั้งหมดอาจกลายเป็นปัจจัยที่นำมาพิจารณา และในภาคเทคโนโลยีอ่อนไหว ดีลหนึ่งอาจถูกตรวจสอบไม่เพียงในฐานะธุรกรรม M&A แต่ในฐานะการถ่ายโอนเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ข้อมูล องค์ความรู้ และขีดความสามารถที่อ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ
คำสั่งกรณี Manus เป็นกรณีล่าสุดที่จีนปิดกั้นหรือท้าทายธุรกรรมข้ามพรมแดนซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในจีน ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตัน
เมื่อปีที่แล้ว จีนวิจารณ์บริษัท CK Hutchison ของหลี่ กาชิง (Li Ka-shing) มหาเศรษฐีฮ่องกง ที่ตกลงขายท่าเรือหลายสิบแห่งทั่วโลกมูลค่า 23 พันล้านดอลลาร์ ให้กับกลุ่มทุนซึ่งนำโดย BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์ของสหรัฐ ดีลที่ทรัมป์ออกมาแสดงความยินดี
สัญญาณเตือนถึงสตาร์ตอัปจีน
การตัดสินใจของ NDRC ส่งสัญญาณเตือนชัดถึงสตาร์ตอัปจีน โดยเฉพาะในภาคที่อ่อนไหวอย่างเทคโนโลยี ที่กำลังย้ายฐานปฏิบัติการไปยังสิงคโปร์เพื่อเข้าถึงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นวิธีการที่มักถูกเรียกว่า "Singapore washing" หรือการอาศัยสิงคโปร์เป็นช่องทางฟอกแหล่งกำเนิด
เบ็น เชสเตอร์ ชอง (Ben Chester Cheong) อาจารย์มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore University of Social Sciences) มองว่าเรื่องนี้คงไม่ทำให้บริษัทจีนหยุดย้ายไปสิงคโปร์ แต่จะยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ให้สูงขึ้น
ชองเสริมว่า บริษัทอาจต้องแสดงให้เห็นการย้ายฐานปฏิบัติการอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของผู้บริหาร เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ที่ตั้งของศูนย์วิจัยและพัฒนา ที่จัดเก็บข้อมูล รวมถึงประเด็นว่าจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีนหรือไม่
Manus ถูกสื่อรัฐและนักวิจารณ์ของจีนยกย่องเมื่อต้นปีที่แล้วว่าเป็น DeepSeek รายต่อไปของจีน หลังเปิดตัวสิ่งที่บริษัทอ้างว่าเป็น AI agent อเนกประสงค์ตัวแรกของโลก ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้สร้างโมเดล AI ของตัวเอง แต่พัฒนาเฟรมเวิร์ก AI agent ที่ทำงานบนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของฝั่งตะวันตกที่มีอยู่แล้ว
อัลเฟรโด มอนตูฟาร์-เฮลู (Alfredo Montufar-Helu) กรรมการผู้จัดการของ Ankura China Advisors กล่าวว่า AI ได้กลายเป็นแกนกลางของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มอนตูฟาร์-เฮลูระบุว่า จีนกำลังประกาศชัดว่าจะไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ตนเองมองว่าสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และตอนนี้ AI ก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างชัดเจน
รายงานโดย เอดูอาร์โด แบปทิสตา (Eduardo Baptista) และ ลอรี เฉิน (Laurie Chen) ในกรุงปักกิ่ง, เคน วู (Kane Wu) ในฮ่องกง, แฟนนี พ็อตคิน (Fanny Potkin) และ จุน หยวน หย่ง (Jun Yuan Yong) ในสิงคโปร์ รายงานเพิ่มเติมโดย จัสปรีท ซิงห์ (Jaspreet Singh) ในเบงกาลูรู แก้ไขโดย อเล็กซานเดอร์ สมิธ (Alexander Smith) มาร์ก พอตเตอร์ (Mark Potter) และ ซูซาน เฟนตัน (Susan Fenton)
ที่มา : Reuters
tag:#Meta #Manus #จีน #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #สตาร์ตอัป #สหรัฐ #สิงคโปร์ #SingaporeWashing #ข่าวเทคโนโลยี #WorldNews #FarangThai