ผู้นำแคนาดาชี้ ชาติขนาดกลางไม่ควรแย่งกันเอาใจสหรัฐฯ แต่ควรจับมือกันเอง
แคนาดาขยับหนีสหรัฐฯ ใกล้ยุโรป "คาร์นีย์" ชี้ชาติขนาดกลางควรรวมพลังสร้างทางเลือกที่สาม
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) แห่งแคนาดา เดินหน้าลดการพึ่งพาสหรัฐฯ พันธมิตรเก่าแก่ และหันไปกระชับความสัมพันธ์กับยุโรปแทน โดยระบุว่าประเทศขนาดกลางไม่ควรแข่งกันประจบเอาใจสหรัฐฯ แต่ควรรวมพลังกับชาติที่มีแนวคิดเดียวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
ระหว่างการเยือนไอร์แลนด์ก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 คาร์นีย์กล่าวที่วิทยาลัยทรินิตี กรุงดับลินว่า "ในโลกที่มหาอำนาจแย่งชิงกัน ชาติขนาดกลางมีทางเลือก คือจะแข่งกันเอาใจมหาอำนาจ หรือจะจับมือกันสร้างเส้นทางที่สามที่มีน้ำหนักของตัวเอง" เขาชี้ว่าเมื่อรวมแคนาดากับสหภาพยุโรปเข้าด้วยกัน จะมีประชากรมากกว่าสหรัฐฯ ถึงสองเท่า มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน และมีงบกลาโหมรวมกันมากกว่าจีนถึงสองเท่า
คาร์นีย์ยังบรรยายว่าแคนาดาและยุโรปเป็น "พลังแห่งความดี เพราะเราปกป้องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี และความหลากหลาย" พร้อมประกาศว่า "ระเบียบโลกใหม่จะถูกสร้างขึ้นโดยเริ่มจากยุโรป แคนาดาเป็นประเทศนอกยุโรปที่มีความเป็นยุโรปมากที่สุด" ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แคนาดาได้กลายเป็นสมาชิกนอกยุโรปรายแรกของกลไก SAFE ซึ่งเป็นโครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ร่วมของสหภาพยุโรป
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจะมีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ–เม็กซิโก–แคนาดา (USMCA) ในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่าอาจไม่ต่ออายุ อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์เชื่อว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของข้อตกลง และย้ำว่าราว 85% ของสินค้าแคนาดาที่ส่งเข้าสหรัฐฯ ยังได้รับการยกเว้นภาษีเพราะอยู่ภายใต้ USMCA
ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่มีกำหนดหารือทวิภาคีกับคาร์นีย์ในการประชุม G7 ครั้งนี้ ขณะที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ระบุว่าไม่คาดว่าจะมี "ความคืบหน้าครั้งใหญ่" กับแคนาดาระหว่างการประชุม
ประเด็นสำคัญ
- คาร์นีย์ชี้ชาติขนาดกลางควรรวมพลังกัน แทนการแข่งเอาใจสหรัฐฯ
- แคนาดา + EU มีประชากรมากกว่าสหรัฐฯ สองเท่า งบกลาโหมรวมมากกว่าจีนสองเท่า
- แคนาดาเป็นสมาชิกนอกยุโรปรายแรกของกลไกจัดซื้อกลาโหม SAFE
- ข้อตกลงการค้า USMCA จะถูกทบทวนวันที่ 1 กรกฎาคม
- ทรัมป์ไม่มีกำหนดพบคาร์นีย์แบบทวิภาคีในการประชุม G7
ที่มา : Associated Press