19 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวดูไบ
ดูไบ (Dubai) เมืองที่เติบโตจากตึกเตี้ยและห้างไม่กี่แห่ง กลายเป็นมหานครระดับโลกในเวลาไม่กี่ทศวรรษ จุดเด่นที่ทำให้ดูไบไม่เหมือนใครคือความสามารถในการรีเวนต์ตัวเองตลอดเวลา พร้อมตั้งคำถามว่า "ทำไมจะทำไม่ได้"
ภาพจำเรื่องความอลังการอาจเป็นสิ่งแรกที่คนนึกถึงดูไบ แต่สิ่งที่ทำให้ทริปนี้คุ้มค่าจริง ๆ คือความหลากหลายที่ซ่อนอยู่ ทั้งวงการอาหารที่แข็งแกร่ง วัฒนธรรมกาแฟพิเศษ วงการศิลปะร่วมสมัยที่น่าสนใจ ตลาดโบราณ (souq) ที่พาย้อนเวลา และชายหาดทรายขาวละเอียด
เมืองที่เป็นเหมือนหม้อหลอมรวมวัฒนธรรมแห่งนี้มีกฎเกณฑ์ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นทางการซ่อนอยู่ ความพิเศษของดูไบอยู่ที่การผสมผสานระหว่างกฎหมายและขนบธรรมเนียมดั้งเดิม กับวัฒนธรรมสากลสุดทันสมัยที่หล่อหลอมจากผู้คนกว่า 200 สัญชาติที่อาศัยอยู่ที่นี่
การเข้าใจสมดุลนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไม่พลาดทำผิดขนบธรรมเนียม ต่อไปนี้คือทิปที่จะช่วยให้เที่ยวดูไบได้อย่างมั่นใจ
วางแผนทริป
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยว
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนคือเวลาที่ดีที่สุดในการไปดูไบ เพราะท้องฟ้าแจ่มใสและอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการนอนเล่นชายหาด ปั่นจักรยานผ่านหมู่บ้านในย่านจูไมราห์ (Jumeirah) แวะฟู้ดทรัคที่ไคท์บีช (Kite Beach) หรือไปเดินป่าที่เมืองภูเขาฮัตตา (Hatta) รวมถึงงานคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ตลาดป๊อปอัพ และงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ
ส่วนช่วงพีคของฤดูร้อนตั้งแต่มิถุนายนถึงสิงหาคม อุณหภูมิจะสูงมากจนแทบทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ได้เลย แม้แต่เดินเล่นตอนเย็นในวันที่ร้อนที่สุดก็ยังลำบาก (ยกเว้นในห้างที่มีแอร์เย็นฉ่ำ)
ควรอยู่กี่วัน
สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ หนึ่งสัปดาห์ถือว่ากำลังดีสำหรับการสำรวจเมืองแบบไม่รีบร้อน มีเวลาพอไปเที่ยวสถานที่ยอดนิยมอย่างเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต (Museum of the Future) และทะเลทราย พร้อมกับได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่ใช่สายทัวร์ทั่วไป เช่น นั่งเล่นตอนเช้าที่ไคท์บีช เดินชมแกลเลอรีศิลปะย่านอัลเซอร์กัลอเวนิว (Alserkal Avenue) ตามรอยอาหารในตลาดโบราณย่านเมืองเก่า หรือไปดูสแตนด์อัพคอมเมดี้ที่ดูไบโอเปร่าเฮาส์ (Dubai Opera) แบบแรกทำให้ทึ่งกับความยิ่งใหญ่ของเมือง ส่วนแบบหลังทำให้เห็นชีวิตประจำวันจริง ๆ ของคนดูไบและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ย่านที่พักแนะนำ

ย่านที่พักแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่คือ ดาวน์ทาวน์ดูไบ (Downtown Dubai) ดูไบมารีนา (Dubai Marina) และปาล์มจูไมราห์ (Palm Jumeirah) นอกจากจะคึกคักและเดินได้สะดวกแล้ว ยังใกล้แหล่งท่องเที่ยวและเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าดูไบเมโทร รถบัส และรถราง ทำให้เดินทางไปส่วนอื่นของเมืองง่ายขึ้น
แต่ละย่านมีร้านอาหารและคาเฟ่เยอะพอให้แวะกินได้โดยไม่ต้องกินที่โรงแรมตลอด ถ้าอยากได้ที่พักติดชายหาด ดูไบมารีนา ปาล์มจูไมราห์ และจูไมราห์บีชเรสซิเดนซ์ (JBR) ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี
แต่งตัวให้เหมาะกับเมืองสไตล์โมเดิร์น
ถ้าอยากกลมกลืนไปกับดูไบ ควรแต่งตัวดี เหมือนไปเมืองแฟชั่นอื่น ๆ อย่างมิลาน ปารีส ลอนดอน หรือนิวยอร์ก คือดูแลตัวเองเรียบร้อยและแสดงสไตล์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นวินเทจ สตรีทแวร์ แอธเลเชอร์ หรือแบรนด์เนม
ควรแพ็กกางเกงและเดรสไว้ใส่ไปกินมื้อค่ำร้านหรู รองเท้าที่เป็นทางการกว่ารองเท้าผ้าใบ (ทั้งผู้ชายและผู้หญิง) ไม่ลืมชุดว่ายน้ำ และเสื้อผ้าสบาย ๆ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
ถ้าไปช่วงหน้าร้อน ควรแพ็กเสื้อผ้าโปร่งเบาไว้ใส่เดินตลาดหรือทะเลทราย แต่อย่าลืมว่าสถานที่ในร่มทุกแห่งของดูไบ ไม่ว่าจะห้าง โรงแรม สวนสนุก หรือขนส่งสาธารณะ ล้วนมีแอร์เย็นจัด
พกหมวกไว้เดินเล่นในตลาดย่านเดียราห์ (Deira) ริมน้ำที่ดูไบมารีนา และไคท์บีช ผู้หญิงควรพกผ้าคลุมไหล่ ใช้ได้ทั้งเป็นแอ็กเซสซอรีและคลุมไหล่เวลาไปตลาด พิพิธภัณฑ์ หรืองานวัฒนธรรมในย่านเมืองเก่า
ทุกคนพูดอังกฤษได้ แต่สำเนียงหลากหลายมาก
คนท้องถิ่นและผู้พักอาศัยส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ทั่วไป ป้ายและทางเดินในเมืองจะเป็นทั้งอังกฤษและอาหรับเสมอ ดูไบเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเป็นสากลสูงสุด มีผู้คนกว่า 200 สัญชาติอาศัยอยู่ ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าได้ยินสำเนียงหลากหลาย
มารยาทในดูไบ
เลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวในดูไบแต่งตัวหลากหลายระดับความสุภาพ ดูไบเปิดกว้างกับหลายวัฒนธรรมและสไตล์การแต่งกาย แต่ความคาดหวังก็เปลี่ยนไปตามสถานที่
หลายที่ไม่มีใครสนใจการแต่งตัวของคุณ แต่ไม่ได้แปลว่าใส่อะไรก็ได้ ควรทำความเข้าใจกฎที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ และไนต์คลับ แต่งตัวได้แบบเมืองแฟชั่นทั่วไป
ชุดว่ายน้ำ (รวมถึงบิกินี) ใส่ได้ตามชายหาดสาธารณะ ชายหาดโรงแรม และบีชคลับ แต่ไม่ใช่ที่อื่น
เวลาไปมัสยิด สถานที่ทางศาสนาอื่น ๆ หรือหน่วยงานราชการ ควรแต่งตัวสุภาพ ปกปิดแขนและขา (ทั้งชายและหญิง)
ในตลาดย่านเมืองเก่า ผู้หญิงควรแต่งตัวสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า และช่วงเดือนรอมฎอนควรแต่งตัวสุภาพเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีข้อความหรือภาพยั่วยุ
ห้างสรรพสินค้ามีกฎแต่งกายอย่างเป็นทางการให้ปกปิดไหล่และเข่า แต่ในทางปฏิบัติจะเห็นคนใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น และเดรสสั้นทั่วไป ถ้าไม่แน่ใจ เลือกกางเกงขาสั้นหรือเดรสที่ยาวถึงเข่าไว้ก่อน ห้างมักเย็นจัดจากแอร์ ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ ไปด้วยถ้าขี้หนาว
ถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวได้ แต่ระวังเรื่องความเป็นส่วนตัว
ถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวและสถาปัตยกรรมสวย ๆ ได้ตามปกติ แต่ระวังว่าเลนส์กล้องหันไปทางไหน หลีกเลี่ยงการถ่ายรูปคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจผิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ควรขออนุญาตก่อนถ่ายรูปคนเสมอ และจำไว้ว่าวัฒนธรรมเอมิเรติให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก
ห้ามดื่มในที่สาธารณะ แต่หาซื้อได้ตามร้านที่มีใบอนุญาต
แอลกอฮอล์หาซื้อได้ทั่วไปสำหรับผู้ที่อายุเกิน 21 ปี ตามบาร์ ร้านอาหาร บีชคลับ และไนต์คลับที่มีใบอนุญาต แต่การดื่มในที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ชายหาดสาธารณะ หรือทะเลทราย ถือว่าผิดกฎหมาย ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปไม่ขายเหล้า แต่ซื้อได้จากร้านขายเหล้าที่มีใบอนุญาตถ้าอายุเกิน 21 ปี อย่าลืมพกเอกสารยืนยันอายุอย่างพาสปอร์ตไปด้วย มีกฎหมายห้ามเมาแล้วก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และ UAE ใช้นโยบายเข้มงวดเรื่องเมาแล้วขับแบบไม่มีข้อยกเว้น
หลีกเลี่ยงการแสดงความรักในที่สาธารณะ
การแสดงความรักในที่สาธารณะแบบเปิดเผยขัดกับค่านิยมอิสลามและไม่เป็นที่ยอมรับในดูไบ ไม่ได้แปลว่าจับมือกันไม่ได้ แต่การจูบ กอดนาน หรือแสดงความใกล้ชิดเกินไปถือว่าไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การร้องเรียนหรือปัญหาทางกฎหมายได้ ทางที่ดีคือระมัดระวังไว้ก่อน
ถ้าไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งยื่นมือจับ
วัฒนธรรมเอมิเรติให้ความสำคัญกับความสุภาพและความเคารพระหว่างเพศ การสัมผัสตัวจึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการทักทายเสมอไป เวลาเจอคนเอมิเรติ ควรรอให้เขายื่นมือมาก่อน ถ้าเขาไม่ยื่นมือ หรือถ้าไม่แน่ใจ วางมือบนหัวใจพร้อมยิ้มให้ก็ถือเป็นการทักทายที่สุภาพและเหมาะสม
เรียนรู้วลีอาหรับพื้นฐานสักหน่อย

การทักทายแบบท้องถิ่นด้วยวลีอาหรับ "อัส-ซาลามุ อะลัยกุม" (As-salāmu ʿalaykum แปลว่า ขอสันติจงมีแด่ท่าน) จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นคำทักทายที่ใช้กันทั่วไปในดูไบ แม้แต่คนที่ไม่ใช่อาหรับก็ใช้ อาจมีคนทักคุณด้วยวลีนี้เช่นกัน คำตอบที่ใช้กันคือ "วะอะลัยกุม อัสซาลาม" (Wa ʿalaykum as-salām แปลว่า ขอสันติจงมีแด่ท่านเช่นกัน)
ตลาดในย่านเมืองเก่าและเดียราห์เป็นที่ที่ดีในการฝึกคำศัพท์อาหรับ เช่น "ชุกรอน" (shukran แปลว่า ขอบคุณ) และเวลาพ่อค้าบอกให้กลับมาที่ร้านอีก สามารถตอบด้วยคำว่า "อินชาอัลลอฮ์" (inshallah แปลว่า ถ้าพระเจ้าประสงค์) ซึ่งเป็นวลีสารพัดประโยชน์ ตั้งแต่ความหมายว่า "หวังว่าจะได้กลับมา" ไปจนถึง "คงไม่ล่ะ แต่ขอบคุณนะ" นอกจากนี้ยังใช้คำว่า "มาชาอัลลอฮ์" (mashallah แปลว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์) เพื่อแสดงความชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นร้านสวย ๆ พรมเปอร์เซียฝีมือประณีต หรือถ้ากล้าหน่อยก็ใช้ชมหนวดเคราของใครสักคนได้เช่นกัน
อย่าซุบซิบเรื่องผู้นำประเทศ
เนื่องจากวัฒนธรรมเอมิเรติให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงมาก และคนเอมิเรติหลายคนรวมถึงผู้พักอาศัยระยะยาวเคารพผู้นำและราชวงศ์อย่างลึกซึ้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการซุบซิบหรือถกเถียงเรื่องการเมือง ระบบการปกครอง หรือราชวงศ์ โดยเฉพาะในที่สาธารณะ ความเคารพนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ UAE ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และความมั่นคงที่หลายคนเชื่อมโยงกับผู้นำประเทศ
เหมือนกับที่อื่นในโลก มุมมองเรื่องการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัวและขึ้นอยู่กับประวัติศาสตร์และประสบการณ์ของแต่ละคน จึงควรเปิดใจไม่ตั้งสมมติฐานล่วงหน้าเวลาคุยเรื่องนี้ ไม่ได้แปลว่าถามความคิดเห็นใครไม่ได้เลย แต่ควรทำอย่างระมัดระวังและมีชั้นเชิง
ไม่จำเป็นต้องทิป แต่เป็นการแสดงความขอบคุณที่ดี
ร้านอาหารในโรงแรมมักบวกค่าบริการ 10% ในบิลอยู่แล้ว บางร้านอิสระก็ทำเช่นกัน (แม้ส่วนใหญ่จะไม่มี) แม้การทิปจะไม่บังคับ แต่การให้ 5-10% ถือเป็นการแสดงความขอบคุณที่ดีถ้าพอใจบริการ ทิปให้พนักงานจอดรถหรือพนักงานยกกระเป๋าเป็นทางเลือก ตั้งแต่ประมาณ 20 ถึง 100 ดีแรห์มหรือมากกว่า
ความปลอดภัยในดูไบ
คำพูดหรือท่าทางหยาบคายอาจทำให้เจอปัญหาทางกฎหมาย
ดูไบเป็นเมืองที่ควรรักษาความสงบไว้เสมอ หลีกเลี่ยงการสบถ ท่าทางหยาบคาย หรือคำพูดลามกทุกชนิด เพื่อไม่ให้เจอปัญหาทางกฎหมาย
อย่าโพสต์รูปหรือวิดีโอคนอื่นบนโซเชียลโดยไม่ได้รับอนุญาต

กฎหมายห้ามแชร์รูปหรือวิดีโอที่ระบุตัวตนคนอื่นบนโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน เช่นเดียวกัน อย่าโพสต์วิดีโอรถวิ่งบนถนนหรือป้ายทะเบียนที่มีลักษณะเฉพาะ ต่อให้อยากถ่ายแค่ไหนก็ตาม
การถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโออุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน รถตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ อาคารราชการ พื้นที่ทหาร หรือพื้นที่หวงห้ามอื่น ๆ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้เช่นกัน
พกใบสั่งยาไปด้วยเสมอ
UAE ห้ามยาเสพติดเพื่อการนันทนาการทุกชนิด และมีกฎหมายเข้มงวดเรื่องการนำยาเข้าประเทศ ควรพกใบสั่งยาสำหรับยาทุกชนิดที่นำติดตัวไป และควรพกเฉพาะปริมาณที่จำเป็นสำหรับทริป ควรตรวจสอบก่อนว่ายาที่พกไปอยู่ในบัญชียาควบคุมของประเทศหรือไม่ เพราะถ้าใช่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขล่วงหน้า
ระวังกลโกง
แม้ดูไบจะเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก อาชญากรรมข้างถนนหรือล้วงกระเป๋ามีน้อยมาก แต่ก็ยังมีกลโกงหลงเหลืออยู่บ้าง อาจมีชายแต่งตัวหรูมาทำทีขอเงินด่วน พร้อมเสนอขายสูทหรือรองเท้า "เมดอินอิตาลี" น้ำหอมแบรนด์เนม หรือนาฬิการาคาแพงในราคาที่ดูเหมือนคุ้มเกินจริง อย่าหลงเชื่อ เรื่องราวมักเป็นเรื่องแต่ง และของที่ขายมักเป็นของปลอมหรือมีมูลค่าน้อยมาก
รู้กฎหมายเรื่องเพศสภาพ
กฎหมายเรื่องรักร่วมเพศในดูไบเข้มงวดมาก การเป็นเกย์ถือเป็นความผิดทางอาญาใน UAE การแต่งกายที่เกี่ยวข้องกับเพศตรงข้ามตามธรรมเนียมก็ผิดกฎหมายเช่นกัน และนักท่องเที่ยวข้ามเพศอาจเจอปัญหาเรื่องเอกสารทางการ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเดินทางหากเกี่ยวข้อง
วัฒนธรรมอาหาร
ลิ้มลองวงการอาหารหลากวัฒนธรรมของดูไบ

วงการอาหารของดูไบมีความสร้างสรรค์และหลากหลายไม่แพ้กัน ด้วยประชากรที่มาจากหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่ร้านเล็ก ๆ ขายชวาร์มาและฟาลาเฟลกรอบ ร้านอาหารอัฟกัน ไปจนถึงร้านของเชฟคนดังที่คว้ารางวัล และคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ ๆ ที่เกิดจากคนท้องถิ่นเอง
สำหรับสตรีทฟู้ดราคาย่อมเยาและอาหารจากอนุทวีปอินเดีย ให้ไปที่ย่านคารามา (Karama) ถ้าชอบคาเฟ่ ให้ลองสำรวจร้านมื้อเช้าและคาเฟ่พิเศษในย่านจูไมราห์
สำหรับอาหารประจำภูมิภาคสไตล์โมเดิร์น ลองจองโต๊ะที่ร้านซุฟเรตมัรยัม (Sufret Maryam) เกอร์บู (Gerbou) หรือออร์ฟาลีบรอส (Orfali Bros) นอกจากนี้โรงแรมหรูในเมืองยังมีร้านอาหารบรรยากาศหรูหราจัดจานสวยงาม ส่วนคาเฟ่ท้องถิ่นอย่างไนต์จาร์คอฟฟี่โรสเตอร์ส (Nightjar Coffee Roasters) และไพเฮาส์ (Piehaus) ในย่านอัลเซอร์กัลอเวนิว ก็คุ้มค่าที่จะแวะไปลอง
tag:#Dubai #ดูไบ #UAE #ท่องเที่ยว #คู่มือเที่ยว #วัฒนธรรม #มารยาทท่องเที่ยว #TravelTips #ตะวันออกกลาง #MiddleEast #FarangThai