ไทยยึดทรัพย์เพิ่มอีกกว่า 115 ล้านบาท คดีเฉิน จื้อ นักธุรกิจจีนต้องสงสัยฟอกเงิน
คดีเครือข่ายสแกมออนไลน์ข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในกัมพูชาและพัวพันหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ยังคงเป็นปัญหาที่หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญ และไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เดินหน้ามาตรการอายัดทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับกรณีของเฉิน จื้อ นักธุรกิจสัญชาติจีน-กัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่ายฉ้อโกงข้ามชาติขนาดใหญ่
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้อายัดทรัพย์สินของเฉิน จื้อเพิ่มอีก 431 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 115 ล้านบาท ตั้งแต่ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ทองรูปพรรณ และเงินสด ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ไทยอายัดจากบุคคลรายนี้เพิ่มเป็น 460 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการครั้งแรกที่มูลค่า 345 ล้านบาท ซึ่งคดีริบทรัพย์ก้อนนั้นยังค้างอยู่ในชั้นศาลแพ่ง
เฉิน จื้อ วัย 38 ปี สร้างอาณาจักรธุรกิจในนาม Prince Group ครอบคลุมทั้งภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ในกว่า 30 ประเทศ แต่หน่วยงานสืบสวนของหลายชาติ รวมถึงจีนเอง เชื่อว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์นักธุรกิจคือเครือข่ายสแกมออนไลน์ขนาดใหญ่ จนทำให้สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกลุ่มบริษัทนี้และต้องการตัวเขาในฐานะผู้บงการองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อนหน้านี้ฮ่องกงก็เคยอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเขาไปแล้วมูลค่ากว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สะท้อนว่าปฏิบัติการไล่ล่าทรัพย์สินของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทยประเทศเดียว
ปัจจุบันตัวเฉิน จื้อถูกควบคุมตัวอยู่ในจีนหลังถูกส่งตัวจากกัมพูชาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และดูเหมือนคดีจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม อัยการจีนเพิ่งเพิ่มข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนาเข้ามาอีกกระทง ซึ่งกฎหมายจีนกำหนดโทษไว้สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตหากเข้าข่ายทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตด้วยวิธีโหดร้ายเป็นพิเศษ แม้จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวันขึ้นศาลอย่างเป็นทางการก็ตาม
tag:#เฉินจื้อ #ChenZhi #ปปง #ฟอกเงิน #PrinceGroup #สแกมเมอร์ #กัมพูชา #จีน #ThailandNews #CrimeNews #FarangThai