ผู้พิพากษาคดีตรวจคนเข้าเมืองแคลิฟอร์เนียฟ้อง DOJ อ้างถูกปลดเพราะเป็นเดโมแครต-ผู้หญิงอายุเกิน 40
ผู้พิพากษาคดีตรวจคนเข้าเมืองรายหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ที่ถูกรัฐบาลทรัมป์ (Trump) ปลดออกจากตำแหน่ง ยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice หรือ DOJ) โดยอ้างว่าสาเหตุที่แท้จริงในการปลดเธอ คือเธอเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต (Democrat) ที่ขึ้นทะเบียนไว้ และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสนับสนุนสิทธิผู้อพยพ
คำฟ้องความยาว 14 หน้าที่ยื่นโดย ไคร่า ลิเลียน (Kyra Lilien) ระบุชื่อ DOJ และอัยการสูงสุดสหรัฐรักษาการ ทอดด์ บลานช์ (Todd Blanche) เป็นจำเลย
ลิเลียนอ้างว่าเธอไม่ได้รับการต่อสัญญาหลังพ้นช่วงทดลองงาน ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้หญิงอายุเกิน 40 ปี การพูดภาษาสเปนได้คล่อง รวมถึงความสัมพันธ์ของเธอกับชุมชนชาวฮิสแปนิก (Hispanic)
เควิน โอเวน (Kevin Owen) แห่ง Gilbert Employment Law ในรัฐแมรีแลนด์ (Maryland) หนึ่งในทนายความของลิเลียน ให้สัมภาษณ์กับ FOX San Francisco ว่าลูกความของเขาไม่เข้าพิมพ์ที่หน่วยงานต้องการ และการกระทำต่อเธอครั้งนี้ทั้งไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย
คำฟ้องระบุว่าการปลดลิเลียนละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่หนึ่ง (First Amendment) ของเธอ
ลิเลียนได้รับการแต่งตั้งครั้งแรกให้ปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลตรวจคนเข้าเมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco Immigration Court) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ก่อนถูกย้ายไปยังศาลตรวจคนเข้าเมืองคอนคอร์ดในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 รวมระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เกือบสองปี ซึ่งถือเป็นช่วงทดลองงานมาตรฐานของผู้พิพากษาคดีตรวจคนเข้าเมืองตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ก่อนที่ตำแหน่งจะถูกแปลงเป็นตำแหน่งถาวรตามปกติ
คำฟ้องยังระบุชื่อผู้พิพากษาคดีตรวจคนเข้าเมืองอีกเกือบ 30 คนทั่วประเทศที่ถูกปลดหรือไม่ได้รับการแปลงตำแหน่งเป็นถาวรเช่นเดียวกัน รวมถึง 14 คนจากศาลตรวจคนเข้าเมืองคอนคอร์ดและซานฟรานซิสโก
เอกสารคำฟ้องระบุว่า ผู้พิพากษาคดีตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่ได้รับการแปลงตำแหน่งหรือถูกปลดในช่วงเวลาเดียวกับโจทก์ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทั้งนี้ Fox News Digital ได้ติดต่อทนายความของลิเลียน รวมถึง DOJ และสำนักงานบริหารการตรวจสอบคนเข้าเมือง (Executive Office for Immigration Review หรือ EOIR) ของ DOJ แล้ว

ตลอดระยะเวลาการทำงานและช่วงทดลองงาน ลิเลียนปฏิบัติหน้าที่ได้ตามมาตรฐานหรือเกินมาตรฐานทุกข้อ ตามที่ระบุในคำฟ้อง
เธอได้รับการประเมินในระดับน่าพอใจ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในรายงานการประเมินช่วงทดลองงานของปีงบประมาณ 2024 และ 2025 ในฐานะผู้พิพากษา ลิเลียนปฏิเสธคำขอลี้ภัยที่นำมายื่นต่อศาลของเธอราว 34 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลของ TRAC Immigration
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ลิเลียนได้รับหนังสือแจ้งว่าตำแหน่งของเธอจะไม่ถูกแปลงเป็นถาวร โดยข้อความระบุว่าอัยการสูงสุดได้ตัดสินใจไม่ต่อวาระหรือแปลงตำแหน่งของเธอเป็นการแต่งตั้งถาวรตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐ (Article II of the Constitution)

คำฟ้องยังระบุว่า เซิร์ส โอเวน (Sirce Owen) ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ EOIR ในขณะนั้น ได้ออกบันทึกข้อความหลายฉบับในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ที่แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อกลุ่มสนับสนุนผู้อพยพและแนวปฏิบัติด้านการสรรหาบางอย่าง
มีการกล่าวอ้างว่าโอเวนได้นิยามกลุ่มเหล่านี้ในบันทึกฉบับหนึ่งว่าเป็น "องค์กรซ้ายจัดสุดโต่ง" ที่สนับสนุนการเข้าเมืองผิดกฎหมายและพยายามบ่อนทำลายระบบศาลตรวจคนเข้าเมือง
นอกจากนี้ โอเวนยังออกบันทึกอีกฉบับวิจารณ์แนวปฏิบัติในการแต่งตั้งภายใต้รัฐบาลไบเดน (Biden)
คำฟ้องของลิเลียนระบุว่าบันทึกข้อความเหล่านี้รวมกันแล้วชี้ให้เห็นชัดเจนถึงทัศนคติเป็นปฏิปักษ์ของฝ่ายบริหารต่อการจ้างงานบุคคลที่มีพื้นฐานด้านสิทธิผู้อพยพ ผู้หญิง ชาติพันธุ์ส่วนน้อย และคนอื่น ๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการจ้างงานในกลุ่ม "DEI"
tag:#ผู้พิพากษาตรวจคนเข้าเมือง #ImmigrationJudge #DOJ #กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ #ทรัมป์ #Trump #เดโมแครต #Democrat #สิทธิสตรี #WomensRights #การเมืองสหรัฐ #USPolitics #สิทธิผู้อพยพ #ImmigrationRights #แคลิฟอร์เนีย #California #การเลือกปฏิบัติ #Discrimination #FirstAmendment #รัฐธรรมนูญสหรัฐ #DEI #ข่าวสหรัฐ #USNews