แหล่งข่าวเผยแฮร์รี-เมแกน อาจขายคฤหาสน์มอนเตซิโต ค่าใช้จ่ายรายเดือนพุ่งกระฉูด
เจ้าชายแฮร์รี (Prince Harry) และเมแกน มาร์เคิล (Meghan Markle) ยืนยันว่าจะไม่ขายคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองมอนเตซิโต (Montecito) รัฐแคลิฟอร์เนีย แม้กำลังจะย้ายครอบครัวกลับไปอยู่อังกฤษ แต่แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์หรูของซานตาบาร์บารา (Santa Barbara) บอกกับสำนักข่าว The Post ว่าตอนนี้เหล่านายหน้าต่างพูดถึงความเป็นไปได้ที่บ้านหลังนี้จะถูกประกาศขายกันคึกคักแล้ว
"นายหน้าทุกคนอยากได้ลิสต์ขายบ้านหลังนี้" แหล่งข่าวในวงการอสังหาฯ หรูของซานตาบาร์บารากล่าวกับ The Post
ทั้งคู่ยืนยันว่าจะเก็บคฤหาสน์มอนเตซิโตไว้ ระหว่างที่กำลังย้ายครอบครัวกลับไปตั้งรกรากที่อังกฤษ แต่แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า "เริ่มมีเสียงกระซิบ" ว่าคู่รักคู่นี้อาจตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ในที่สุด พร้อมย้ำว่า "นายหน้าทุกคนอยากได้ลิสต์ขายบ้านหลังนี้"
เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจาก The Post เปิดเผยว่าบ้านหลังนี้มีค่าใช้จ่ายด้านค่าผ่อนบ้านและภาษีเพียงอย่างเดียวสูงถึงกว่า 600,000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ทั้งคู่ตัดสินใจขาย
เจสัน สเตรทฟีลด์ (Jason Streatfeild) นายหน้าจากบริษัท Douglas Elliman ที่ดูแลพื้นที่ซานตาบาร์บาราและมอนเตซิโตโดยเฉพาะ บอกกับ The Post ว่าดีลอสังหาฯ ขนาดใหญ่แบบนี้มักไม่ปรากฏในตลาดเปิดทันที
"หลายครั้งบ้านแบบนี้จะซื้อขายกันนอกตลาดเปิด มีการเซ็นสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล (NDA) และปิดเงื่อนไขทุกอย่างไว้จนกว่าจะมีการจดทะเบียนที่หน่วยงานของเทศมณฑล" สเตรทฟีลด์กล่าว
"เป็นไปได้มากที่พวกเขาจะประกาศขาย แต่ผมรู้สึกอย่างแรงว่าตอนนี้น่าจะมีการเจรจาและพาคนเข้าชมบ้านกันอยู่แล้ว" สเตรทฟีลด์คาดการณ์กับ The Post


ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ (Duke and Duchess of Sussex) กำลังย้ายกลับไปอยู่อังกฤษภายในเดือนนี้ พร้อมเจ้าชายอาร์ชี วัย 7 ขวบ และเจ้าหญิงลิลิเบต วัย 5 ขวบ ปิดฉากการใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนียนาน 6 ปี นับตั้งแต่ทั้งคู่ประกาศถอนตัวจากหน้าที่ราชวงศ์เมื่อปี 2020 (พ.ศ. 2563)
ลูกๆ ทั้งสองจะเริ่มเข้าเรียนที่อังกฤษในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ครอบครัวเตรียมหาที่พักอาศัยส่วนตัวแห่งใหม่ในอังกฤษ โดยยังไม่เปิดเผยทำเลที่ตั้ง
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ (King Charles) ทรงได้รับแจ้งเรื่องการย้ายกลับครั้งนี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้แฮร์รีและเมแกนเคยระบุว่าจะไม่ขายทั้งคฤหาสน์มอนเตซิโตและบ้านพักตากอากาศในโปรตุเกส แต่ตัวเลขค่าใช้จ่ายของบ้านหลังนี้ในแคลิฟอร์เนียทำให้คำมั่นนั้นดูสั่นคลอน
บันทึกของเทศมณฑลซานตาบาร์บาราระบุว่า บริษัท Rockbridge LLC ของคู่สมรสซัสเซกซ์ ซื้อที่ดินขนาด 7.38 เอเคอร์แห่งนี้ด้วยราคา 14.65 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2020 (พ.ศ. 2563)
สามวันหลังจากนั้น บริษัทได้กู้เงินจาก City National Bank เป็นจำนวน 9.52 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นสินเชื่อแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เริ่มต้นที่ 2.49% และอาจปรับขึ้นสูงสุดถึง 7.49% เมื่อครบกำหนดปรับอัตราในเดือนกรกฎาคม 2030 (พ.ศ. 2573)
จากการคำนวณของ The Post โดยไม่มีการรีไฟแนนซ์ใดๆ เงินกู้ก้อนนี้เพียงอย่างเดียวก็มีค่าผ่อนอยู่ที่ประมาณ 40,000-43,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หากคิดตามระยะเวลากู้มาตรฐาน 30 ปี นั่นหมายความว่าปีหนึ่งต้องจ่ายมากกว่า 480,000 ดอลลาร์ ยังไม่รวมภาษี ประกันภัย หรือแม้แต่ค่าจ้างคนดูแลสวนสักคนเดียว ทั้งที่ครอบครัวนี้กำลังจะไปเยือนบ้านหลังนี้น้อยลงมาก
เทศมณฑลซานตาบาร์บาราก็ไม่ใช่พื้นที่ที่ค่าครองชีพถูก บิลภาษีที่ดินของคฤหาสน์หลังนี้ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) อยู่ที่ 149,668 ดอลลาร์ จากมูลค่าประเมิน 14.38 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับขึ้นแทบทุกปีตามกฎ Prop 13 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ประวัติภาษีของเทศมณฑลที่ The Post ได้รับมาแสดงให้เห็นว่าบิลภาษีปรับขึ้นทุกปีตั้งแต่คู่สมรสซัสเซกซ์เป็นเจ้าของบ้าน โดยเริ่มจาก 138,629 ดอลลาร์ในปี 2021-2022 (พ.ศ. 2564-2565) ตามด้วย 141,645 ดอลลาร์ แล้วเป็น 144,229 ดอลลาร์ จากนั้น 146,930 ดอลลาร์ ก่อนจะมาอยู่ที่ 149,668 ดอลลาร์ในปีนี้
รวมตัวเลขภาษีที่ดินตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แฮร์รีและเมแกนจ่ายไปแล้วราว 721,000 ดอลลาร์ นับตั้งแต่มูลค่าประเมินเริ่มนิ่งที่ราคาซื้อ นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มาพร้อมสินเชื่อบ้านอีกด้วย
เมื่อรวมค่าประกันภัย ค่าดูแลพื้นที่เกือบแปดเอเคอร์ และทีมรักษาความปลอดภัยของครอบครัวเข้าไปด้วย ค่าใช้จ่ายคงที่ในการถือครองบ้านหลังนี้น่าจะสูงกว่า 650,000 ดอลลาร์ต่อปีเป็นอย่างต่ำ ยังไม่นับรายจ่ายอื่นๆ
ตัวเลขระดับนี้ถือว่าหนักหนาแม้จะเทียบกับมาตรฐานฮอลลีวูด และรายได้จากวงการฮอลลีวูดของแฮร์รีและเมแกนก็หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำร้ายยังมีเงินก้อนโตระดับแปดหลักที่เจ้าชายแฮร์รีอาจต้องจ่ายให้บริษัทหนังสือพิมพ์อังกฤษแห่งหนึ่ง หลังแพ้คดีความทางกฎหมายที่ฟ้องร้องกัน
"ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะยอมปล่อยที่ดินสวยๆ แบบนี้ไปได้อย่างไร แต่การเก็บมันไว้ก็มาพร้อมต้นทุนที่สูงมาก ดังนั้นสุดท้ายพวกเขาอาจต้องยอมปล่อยไป" แหล่งข่าวกล่าว
"อาจต้องรออีกไม่กี่เดือนกว่าจะประกาศขาย หรือไม่ก็อาจให้เวลาที่อังกฤษสักปีหนึ่งก่อนเพื่อดูสถานการณ์ก่อน" แหล่งข่าวกล่าวเสริม "แต่ถ้าพวกเขาตัดสินใจปักหลักอยู่ที่อังกฤษจริงๆ ฉันมองไม่เห็นเลยว่าจะมีทางไหนที่พวกเขาจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ได้"


ในขณะเดียวกัน สเตรทฟีลด์เผยว่าเขาถูกถามเรื่องมูลค่าที่แท้จริงของคฤหาสน์หลังนี้ในตลาดเปิดอยู่บ่อยครั้ง
"หลายคนถามผมว่าคิดว่าบ้านหลังนี้มีมูลค่าเท่าไร จะประกาศขายเท่าไร และสุดท้ายจะขายได้เท่าไร" สเตรทฟีลด์บอกกับ The Post "มันเป็นคฤหาสน์วิวทะเลสวยงามบนที่ดินเจ็ดเอเคอร์ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 18,000 ตารางฟุต มี 9 ห้องนอน 17 ห้องน้ำ พร้อมสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และพื้นที่สวนที่สวยงาม"
"ในมอนเตซิโตปีนี้มีการขายบ้านไปแล้วสามหลังที่ราคาสูงกว่า 50 ล้านดอลลาร์" สเตรทฟีลด์กล่าว "ผมคาดว่าบ้านแบบนี้น่าจะประกาศขายในช่วงราคา 75 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขายได้ที่ประมาณ 55-65 ล้านดอลลาร์ ตามทำเลและสิ่งที่บ้านนี้มีให้"
เมื่อมองย้อนกลับไป จังหวะการซื้อบ้านหลังนี้ของทั้งคู่ถือว่าโชคดีอย่างมาก
"ตอนที่พวกเขาซื้อบ้านหลังนี้ในราคา 14.7 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2020 บ้านหลังนี้อยู่ในตลาดมานานถึงห้าปีแล้ว โดยเดิมทีประกาศขายในราคา 34.5 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2015 (พ.ศ. 2558)" สเตรทฟีลด์กล่าว


"ความต้องการบ้านในมอนเตซิโตพุ่งสูงมาก ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวนับตั้งแต่พวกเขาซื้อบ้านหลังนี้" สเตรทฟีลด์กล่าวเสริม "ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะมีที่ปรึกษาที่คอยแจ้งให้ทราบคร่าวๆ ว่าบ้านหลังนี้มีมูลค่าเท่าไรแล้วตอนนี้"
"เทียบกันแล้ว บ้านของอดัม เลวีน (Adam Levine) ขายไปในราคา 60 ล้านดอลลาร์ พื้นที่ 13,000 ตารางฟุตบนที่ดินสามเอเคอร์ ขณะที่บ้านหลังนี้มีพื้นที่ 18,000 ตารางฟุตบนที่ดินเจ็ดเอเคอร์" เขากล่าว
สารคดี Netflix เรื่อง "Cookie Queens" ที่เมแกนโปรโมตด้วยตัวเองก่อนออกฉาย ทำรายได้เปิดตัวเพียง 328,000-354,000 ดอลลาร์ในโรงภาพยนตร์ ตามหลังภาพยนตร์รวมคลิปแมว "CatVideoFest 2026" ที่ฉายในโรงจำนวนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
ดีลผลิตรายการกับ Netflix มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 5 ปีของทั้งคู่ก็จบลงโดยไม่มีการต่อสัญญาแบบเต็มรูปแบบ แทนที่ด้วยข้อตกลงแบบ first-look ขนาดเล็กลง
แบรนด์ไลฟ์สไตล์ As Ever ของเมแกนก็กำลังเผชิญวิกฤตของตัวเองเช่นกัน หลังเว็บไซต์เกิดข้อผิดพลาดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนเผยให้เห็นว่ามีสินค้าคงคลังที่ขายไม่ออกสะสมอยู่ราว 650,000 ชิ้น และแหล่งข่าววงในประเมินว่าอาจต้องตัดบัญชีมูลค่าแยมที่ขายไม่ออกเพียงอย่างเดียวราว 5 ล้านดอลลาร์ เมื่อสินค้าที่เน่าเสียง่ายเหล่านี้หมดอายุ
ตัวแทนของคู่สมรสซัสเซกซ์ไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นจาก The Post
tag:#PrinceHarry #MeghanMarkle #Montecito #ราชวงศ์อังกฤษ #ดยุกดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ #อสังหาริมทรัพย์ #Netflix #อดีตราชวงศ์ #แคลิฟอร์เนีย #Celebrity #FarangThai