จับได้คาโรงแรมอีสปอร์ตจีน แก๊งสลับการ์ดจอ RTX 5080 ถูกไฟดับซ้ำ
สองผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าแอบสลับการ์ดจอรุ่นท็อป RTX 5080 ในโรงแรมอีสปอร์ตของจีน เปลี่ยนเป็นการ์ดจอรุ่นเล็กกว่าแทน
ด้วยความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ทำให้การ์ดจอ (GPU) ราคาย่อมเยายังคงหายากในตลาดโลก แต่ถ้ารู้จักผู้ขายที่ใช่และไม่ถามอะไรมาก ก็อาจจะหาได้ง่ายกว่าที่คิด อย่างในกรณีของสองผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าแอบถอดการ์ดจอ RTX 5080 ของเอ็นวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นการ์ดจอระดับไฮเอนด์ ออกจากคอมพิวเตอร์เกมมิ่งในห้องพักของโรงแรมอีสปอร์ตในจีน แล้วเปลี่ยนใส่การ์ดจอรุ่นเล็กกว่าอย่าง RTX 3060 แทน ก่อนนำการ์ดจอที่ขโมยไปขายต่อในราคาประมาณครึ่งหนึ่งของราคาตลาด ตามรายงานของเว็บไซต์วิดีโอการ์ดซ์ (VideoCardz)
RTX 5080 คือการ์ดจอระดับสูงที่ราคาแพงและมีประสิทธิภาพสูง ส่วน RTX 3060 เป็นรุ่นระดับกลางถึงล่างที่ราคาถูกกว่ามาก ความต่างของราคาและสมรรถนะนี้เองที่ทำให้การสลับการ์ดจอกลายเป็นช่องทางทำกำไรของแก๊งขโมยกลุ่มนี้
ทั้งสองคนเกือบรอดพ้นจากคดีนี้ไปได้ แต่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ห้องพักที่พวกเขาพักอยู่เกิดไฟดับ ทำให้ต้องขอย้ายไปพักห้องอื่นแทน ต่อมาช่างไฟฟ้าที่เข้าไปตรวจสอบปัญหาไฟดับพบรอยงัดแงะบนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เกมมิ่งในห้องนั้น ทางโรงแรมจึงตรวจสอบเพิ่มเติมและพบว่าการ์ดจอถูกสลับไปแล้วทั้งสองห้องที่ทั้งคู่เคยพักผ่าน
ตำรวจท้องถิ่นจับกุมทั้งสองคนได้ในย่านคอมพิวเตอร์กว่างปู้ตุน (Guangbutun) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พร้อมของกลางเป็นการ์ดจอที่คาดว่าขโมยมาและยังขายไม่ออกอีกสองชิ้น ตามรายงานของทอมส์ฮาร์ดแวร์ (Tom's Hardware) สำนักข่าวดังกล่าวระบุว่า ตำรวจแจ้งว่าผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วอีกสี่ครั้ง และมูลค่าความเสียหายรวมจากการสลับการ์ดจอครั้งนี้อยู่ที่ 80,000 หยวน หรือราวเกือบ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทอมส์ฮาร์ดแวร์ยังระบุด้วยว่า โรงแรมอื่น ๆ ที่ตกเป็นเหยื่อไม่ทันสังเกตความผิดปกติ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ยังทำงานได้ตามปกติ ไม่มีลูกค้าคนไหนร้องเรียน จึงไม่มีเหตุให้ต้องเปิดเครื่องตรวจสอบอย่างละเอียด
tag:#GPU #Nvidia #RTX5080 #RTX3060 #esports #โรงแรมอีสปอร์ต #ข่าวอาชญากรรม #จีน #เทคโนโลยี #ข่าวต่างประเทศ #FarangThai