ไฟป่าลุกลามใกล้บอร์กโดซ์ อพยพคนหมื่นในฝรั่งเศส-สเปนกว่า 330,000 คน
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเร่งควบคุมไฟป่าที่ลุกลามใกล้เมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส หลังต้องอพยพประชาชนหลายหมื่นคนออกจากพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ทั้งฝรั่งเศสและสเปนมีผู้อพยพรวมกันแล้วกว่า 330,000 คน
โลรองต์ นูเญซ (Laurent Nuñez) รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยัง "ไม่ดีขึ้นอย่างมาก" และไฟกำลัง "เคลื่อนตัวอย่างไร้ทิศทางเข้าหา" บอร์กโดซ์ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามลดความกังวลเรื่องการอพยพเมืองใหญ่ก็ตาม
ช่วงคืนวันเสาร์ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ มีประชาชนราว 55,000 คนถูกอพยพออกจากหมู่บ้านทางใต้ของตัวเมือง ในแคว้นฌีรงด์ (Gironde) ซึ่งเป็นแหล่งไร่องุ่นที่มีชื่อเสียง
ไฟป่าลุกลามไปทั่วยุโรปตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งมียอดผู้อพยพรวมกันแล้วมากกว่า 330,000 คน
ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด พื้นที่ป่าถูกเผาไปแล้ว 42,000 เฮกตาร์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ถือเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่นูเญซเปิดเผยกับสื่อฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ว่า นับตั้งแต่ต้นปีพื้นที่ป่าทั่วประเทศถูกไฟไหม้ไปแล้วราว 115,000 เฮกตาร์
โดยรวมแล้ว มีผู้ถูกอพยพในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสมากกว่า 220,000 คน
กัปตันนีกอลาส์ บราซ (Nicolas Braz) หนึ่งในผู้บัญชาการปฏิบัติการดับเพลิง เปิดเผยว่าไฟป่าครั้งนี้ "สร้างลมของตัวเองขึ้นมา รวมถึงพายุหมุน" และเสริมว่ามันทั้ง "ไร้ทิศทางและควบคุมไม่ได้"
ชาวบ้านในเมืองเลอปอร์จ (Le Porge) หนึ่งในเมืองชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ ได้รวมตัวกันตั้งเครือข่ายอาสาสมัครช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เหนื่อยล้า ทั้งทำอาหารและเปิดบ้านให้พักผ่อนระหว่างผลัดเวร
"คิดว่าหลายคนในนั้นไม่เคยเจอไฟไหม้ขนาดนี้มาก่อน" นาตาลี โอกอนเนต์ (Nathalie Augonnet) อาสาสมัครกล่าว
บ้านเรือนกว่า 150 หลังถูกทำลายในเมืองที่มีประชากรเพียง 3,500 คนแห่งนี้


"รู้สึกใจสลายแทนเมืองสวยๆ แห่งนี้ แทนป่าไม้ สัตว์ป่า และคนที่สูญเสียไปมากมาย" โอกอนเนต์กล่าว
"ตอนนี้เราโฟกัสแค่ลงมือทำ เลยไม่มีเวลาคิดอะไรมาก คิดว่าส่วนที่ยากจริงๆ จะมาทีหลัง ตอนบูรณะฟื้นฟู"
ด้านสเปน ไฟป่ายังคงลุกลามต่อเนื่อง มีผู้อพยพมากกว่า 90,000 คนจากพื้นที่รอบกรุงมาดริด (Madrid) และแคว้นอาบิลา (Ávila)
ซารา อาเกเซน (Sara Aagesen) รัฐมนตรีด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงนิเวศของสเปน เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในสเปนมีประมาณ 77,000 เฮกตาร์
เธอยังระบุว่าไฟป่าในแคว้นอาบิลาถือเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศ
หนึ่งในผู้อพยพคือ โอลกา คองกาชา (Olga Congacha) วัย 50 ปี ที่ต้องรีบหนีออกจากหมู่บ้านโรเบลโด เด ชาเบลา (Robledo de Chavela) ทางตะวันตกของมาดริด
เธอเล่าว่ารู้สึก "ตื่นตระหนก" ตอนได้รับแจ้งให้ออกจากบ้าน
"ไม่รู้จะร้องไห้ดีหรือทำอะไรดี มันเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกแย่มาก" เธอกล่าวเสริม
เมื่อกลับไปที่บ้านชั่วครู่ในวันอาทิตย์เพื่อไปเอายา เธอบอกว่าถนนหนทางเงียบเชียบและบ้านของเธอเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน
นักท่องเที่ยวในมาดริดรายงานว่าเห็นไฟและควันใกล้สนามบิน โดยคู่รักชาวนิวซีแลนด์เล่าว่าได้กลิ่นควันจากโรงแรมที่พักในตัวเมืองด้วย
เลติชา ลูคัส (Letisha Lucas) นักท่องเที่ยวชาวแคนาดา กล่าวว่ากลิ่นควันชัดเจนตั้งแต่มาถึงมาดริด "และระคายคอมาก"

คืนวันเสาร์ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ ไฟป่าจุดใหม่ยังเกิดขึ้นใกล้เมืองชายฝั่งบาเลนเซีย (Valencia)
ฆวนฟราน เปเรซ โยร์กา (Juanfran Pérez Llorca) ประธานภูมิภาคบาเลนเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวช่วงค่ำวันเสาร์ว่า "ไฟป่าครั้งนี้เกินขีดความสามารถที่เราจะดับได้"
ปิลาร์ เบร์นาเบ (Pilar Bernabe) ผู้แทนรัฐบาลกลางประจำบาเลนเซีย ระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มจะเลวร้ายลงตลอดวันอาทิตย์
คาดว่าวันอาทิตย์อากาศจะร้อนจัดและความชื้นต่ำ ซึ่งอาจทำให้ไฟลุกลามมากขึ้นไปอีก
เมื่อวันเสาร์ มีพลเรือนเสียชีวิตหนึ่งรายจากไฟป่าขนาดเล็กในแคว้นบาเลนเซีย นับเป็นผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนรายเดียวที่มีรายงานจนถึงตอนนี้
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสองนายเสียชีวิตขณะสู้ไฟใกล้บอร์กโดซ์ในฝรั่งเศส
เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจไฟป่าทางตะวันตกของมาดริดเมื่อวันอาทิตย์ว่า "ชั่วโมงที่ยากลำบากยังรออยู่ข้างหน้า" แต่ก็มีสัญญาณ "เชิงบวก" ในการควบคุมไฟช่วงกลางคืนที่ผ่านมา
เขายังกล่าวว่าจำเป็นต้องมี "ข้อตกลงสาธารณะครั้งใหญ่เรื่องภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ"
อิซาเบล ดิอาซ อายูโซ (Isabel Díaz Ayuso) ประธานภูมิภาคมาดริด ระบุว่าสถานการณ์นี้คือ "ไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของภูมิภาค"

ปฏิบัติการกู้ภัยในแคว้นฌีรงด์ของฝรั่งเศสมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าร่วม 2,500 นาย รวมถึงทีมจากสวิตเซอร์แลนด์ กำลังพลทหาร 1,500 นาย และตำรวจ/ตำรวจตระเวนชายแดนเกือบ 1,200 นาย ที่ช่วยกันอพยพประชาชนและปฏิบัติการกู้ภัย
พืชพรรณที่แห้งแล้งและลมแรงทำให้ไฟลุกลามเร็วขึ้น ถนนมอเตอร์เวย์ A63 ที่มุ่งสู่สเปนถูกปิดยาว 60 กม.
ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ป้ายเที่ยวบินขาเข้า-ขาออกของสนามบินบอร์กโดซ์แสดงความล่าช้าของเที่ยวบินทั้งหมดตั้งแต่เวลา 17:15 น. เป็นต้นไป
เที่ยวบินของสายการบินอีซีเจ็ต (Easyjet) ล่าช้าถึง 28 เที่ยว หลายเที่ยวไม่มีการแจ้งเวลาบินใหม่ และมีการยกเลิกห้าเที่ยว รวมถึงเที่ยวบินไปสหราชอาณาจักร
สนามบินบอร์กโดซ์แจ้งกับบีบีซีนิวส์ว่ามีการจำกัดการจราจรทางอากาศ "เพื่อเอื้อให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินทำงานได้" ในการดับไฟ ซึ่งกระทบเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด
ทางสนามบินระบุว่ายังไม่แน่ชัดว่าความล่าช้าจะกินเวลานานแค่ไหน
การแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ (Tour de France) รอบสุดท้ายถูกร่นระยะทางในวันอาทิตย์จาก 133 กม. เหลือ 89 กม. เพื่อให้สามารถระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปช่วยดับไฟแทน
เอมมานูว์แอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่าฝรั่งเศสจะ "ฟื้นฟูกลับมา" และรัฐบาลจะ "อยู่เคียงข้างตราบเท่าที่จำเป็น"

tag:#ไฟป่า #ฝรั่งเศส #สเปน #Bordeaux #Gironde #อพยพ #Madrid #EmmanuelMacron #ภัยพิบัติ #WorldNews #FarangThai