รีวิว 007 First Light: บอนด์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ GoldenEye กับความกล้าที่ยังไม่สุด

รีวิว 007 First Light: บอนด์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ GoldenEye กับความกล้าที่ยังไม่สุด

ถ้าพูดถึงเกมสายลับที่รอคอยกันมานาน 007 First Light คือคำตอบที่ IO Interactive ตั้งใจทำการบ้านมาอย่างหนัก นี่คือเรื่องราวต้นกำเนิดของเจมส์ บอนด์เวอร์ชันหนุ่ม ตั้งแต่ยังเป็นแค่ Royal Navy Aircrewman จนกลายเป็นสายลับหมายเลข 007 และมันคือหนึ่งในเกมบอนด์ที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จุดแข็งที่สุดของเกมนี้คือการที่ IO Interactive กล้าสร้างจักรวาลบอนด์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่หยิบหนังมาแปลงเป็นเกม มี M เป็นของตัวเอง มี Q เป็นของตัวเอง และมีบอนด์ในแบบของตัวเอง เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 17 บท ใช้เวลาราว 18 ชั่วโมงจบแบบไม่รีบ ดำเนินเรื่องเหมือนซีรีส์ระดับพรีเมียมมากกว่าหนังภาคเดียว ปล่อยให้คนเล่นซึมซับรายละเอียดรอบตัวบอนด์ ตั้งแต่อพาร์ตเมนต์ในลอนดอนไปจนถึงสำนักงานใหญ่ MI6 ที่แน่นขนัดไปด้วย NPC และของให้เก็บสะสม

ตัวละครหลักอย่างบอนด์หนุ่มที่รับบทโดยแพทริก กิ๊บสัน (Patrick Gibson) เป็นความเสี่ยงที่ IO Interactive กล้าเล่น เพราะช่วงต้นเกมบอนด์คนนี้ยังดิบ มั่นใจเกินตัว และทำพลาดจนมีคนตายไม่น้อย แต่พอเรื่องดำเนินไป การเติบโตของตัวละครก็ค่อย ๆ ชัดขึ้นจนกลายเป็นบอนด์ที่คุ้นเคยในช่วงท้ายเกม ด้าน Q และครูฝึกอย่างจอห์น กรีนเวย์ (รับบทโดยเลนนี เจมส์) ก็ช่วยขับเน้นเส้นเรื่องได้ดี

ฝั่ง Kotaku ที่ได้ลองเล่นแบบ hands-on ราว 3 ชั่วโมงครึ่งก่อนวางจำหน่ายก็ให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน คือเกมนี้ "เล่นปลอดภัย" ไม่กล้าเสี่ยงกับกลไกใหม่มากนัก แต่สิ่งที่ได้เล่นมันสนุกและดำเนินเรื่องอย่างเข้มข้น ระบบ Bluff และ Lure ที่ให้บอนด์ใช้เสน่ห์หลอกล่อศัตรูแทนการยิงตรง ๆ เป็นจุดที่ทำให้ฉากลอบเร้นมีทางเลือกหลากหลาย ไม่ใช่แค่หลบซ่อนอย่างเดียว

Bond แอบซ่อนตัวหลังพุ่มหญ้าเพื่อลอบเข้าใกล้ศัตรู

แต่พอมาฟังจาก Angry Joe Show ที่รีวิวแบบเจาะลึกกว่า ภาพรวมเริ่มมีรอยร้าว ทีมงานให้คะแนน 7 จาก 10 บอกตรง ๆ ว่า "อยากรักเกมนี้มาก" แต่ติดปัญหาความไม่สม่ำเสมอ บางภารกิจสนุกสุด ๆ ให้เล่นกับกาดเจ็ตและชกต่อยแบบบอนด์แท้ ๆ แต่บางภารกิจกลับน่าเบื่อ ต้องทำงานซ้ำ ๆ ยาวเกินความจำเป็น ตัวร้ายหลักของเรื่องก็โดนมองว่าอ่อนกว่ามาตรฐานบอนด์ในหนัง แถมตัวร้ายที่ถูกโปรโมตมาแรงอย่างตัวละครที่ให้เสียงโดยเลนนี เครวิตซ์กลับมีบทน้อยกว่าที่คาดมาก จนถูกล้อว่าเนื้อหาส่วนนั้นถูกเก็บไว้ขายเป็น DLC ในอนาคต

ผู้เล่นทั่วไปที่ให้คะแนนกันเองก็สะท้อนความรู้สึกแบบผสม บางคนชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในเกมโปรดตลอดกาล บางคนบ่นว่าฉากฝึกช่วงต้นเยิ่นเย้อเกินไปกว่าจะเข้าเรื่องจริง และระบบยิงปืนช่วงท้ายเกมทำลายจังหวะที่สร้างมาตลอดทั้งเกม ภาพรวมคะแนนจากผู้เล่นจึงอยู่ในระดับดีแต่ไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ

Bond ใช้กาดเจ็ตอย่างนาฬิกาแฮกในการรับมือศัตรู

The Breakdown

กราฟิก

โดยรวมเกมนี้สวยจริง โดยเฉพาะฉากในคลับหรูหรือสถานที่กลางแจ้งที่ IO Interactive ใส่รายละเอียดแน่น ๆ ทั้งของตกแต่งฉาก รถยนต์ Aston Martin หรือ Jaguar ที่มีร่องรอยการใช้งานสมจริง แต่บนพีเอสไฟฟ์มาตรฐาน มีบางจังหวะที่พื้นผิวเทกซ์เจอร์ดูมัวกว่าที่ควรเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ ผู้เล่นบางคนก็มองว่ากราฟิกอยู่ในระดับ "ดีแต่ไม่ถึงขั้นสุดยอด" เมื่อเทียบกับเกมระดับ AAA อื่น ๆ ในยุคเดียวกัน

เสียง

ดนตรีประกอบคือจุดที่ทำคะแนนได้เต็ม ใช้ธีมดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของบอนด์อย่างประหยัดและตรงจังหวะ ทำให้ทุกครั้งที่ทำนองนั้นดังขึ้นมันให้ความรู้สึกขนลุกจริง ๆ เพลงเปิดเกม "First Light" ที่ร้องโดยลาน่า เดล เรย์ ก็ช่วยปูบรรยากาศได้ดี บทพูดของตัวละครก็เขียนมาคม มีมุกแบบบอนด์แทรกอยู่เรื่อย ๆ แต่บางฉากช่วงท้ายเกมกลับมีบทสนทนาที่เขียนได้ไม่สมจริง ดูไร้สาระเกินไปสำหรับโทนเรื่องที่ตั้งไว้

การควบคุม

การเคลื่อนไหวของบอนด์ให้ความรู้สึกหนักแน่นสมจริง ปีนป่ายและเคลื่อนที่ในพื้นที่ได้ลื่นไหล ระบบต่อสู้ระยะประชิดก็ตอบสนองดี แต่ก็มีจุดขัดใจไม่น้อย ปุ่มรีโหลดที่แมปไว้ผิดจากเกมแนวเดียวกันส่วนใหญ่ทำให้ต้องปรับตัว ระบบกาดเจ็ตที่ต้องเก็บแบตเตอรี่และน้ำยาฆ่าเชื้อมาเติมพลังใช้งานรู้สึกเป็นภาระที่ไม่จำเป็น เพราะของให้เก็บมันเกลื่อนแผนที่จนกลายเป็นแค่ภารกิจย่อยไร้ความหมาย ส่วนฉากขับรถก็ถูกมองว่าจำกัดเกินไป ทั้งระบบช่วยขับที่ห้ามพุ่งชนรถอื่นและด่านแบบกึ่งล็อกราง ทำให้ความมันส์แบบหนังบอนด์หายไปพอสมควร

ความสนุก

ตัวเกมสนุกที่สุดตอนให้ผู้เล่นเป็นบอนด์เต็มตัว ทั้งฉากต่อสู้มือเปล่าที่ใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นอาวุธ ฉากปาร์ตี้ในคลับที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในด่านคลับที่ดีที่สุดในเกมยุคนี้ และโลกที่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้สำรวจ แต่ความสนุกนั้นถูกลดทอนด้วยช่วงกลางเกมที่บังคับให้ทำภารกิจซ้ำซากเพื่อหาเงินเข้าพื้นที่พิเศษ บวกกับโหมดเสริมอย่าง Tactical Simulations ที่มีแค่ภารกิจท้าทายสั้น ๆ ไม่กี่แบบและพื้นที่เล่นซ้ำจากเกมหลัก ถือว่าเป็นโหมดที่จืดชืดเกินไปสำหรับเกมระดับนี้ นอกจากนี้ระบบจีบสาวแบบบอนด์ก็แทบไม่มีให้เล่น ต่างจากภาพจำที่แฟน ๆ อยากได้

ความท้าทาย

ฉากลอบเร้นแบบเชิงเส้นจะจบเกมทันทีถ้าถูกจับได้ แต่เกมก็ใจดีด้วยจุดเซฟที่ถี่พอสมควร ส่วนฉากต่อสู้แบบเปิดกว้างกว่านั้นความยากอยู่ในระดับกลาง ๆ เพราะ AI ศัตรูยังมีจุดอ่อนที่หาประโยชน์ได้ง่าย เช่น ไม่ค่อยยิงใส่ผู้เล่นตอนกำลังชกต่อยระยะประชิด หรือบางทีก็เดินวนไปมาแบบงง ๆ ทำให้ด่านที่ควรจะตึงเครียดกลายเป็นเรื่องขำขันแทน ต้องรอแพตช์ปรับปรุงพฤติกรรม AI ให้สมเหตุสมผลกว่านี้

gamescore

  • Score = 8.2
  • Comment = "ดีมาก"
  • Graphics = 8
  • Sound = 9
  • Control = 7
  • FunFactor = 8.5
  • Challenge = ปานกลาง
  • Review = 007 First Light คือเกมบอนด์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ยุค GoldenEye ในแง่ของโลกและบรรยากาศ แต่ยังมีจังหวะเยิ่นเย้อและ AI ที่ต้องปรับปรุงก่อนจะเป็นเกมสายลับในฝันอย่างแท้จริง
  • Good
  • เนื้อเรื่องและโลกที่สร้างมาอย่างละเอียด อินกับความเป็นบอนด์ได้เต็มที่
  • ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ใช้ธีมบอนด์อย่างมีชั้นเชิง
  • ระบบต่อสู้มือเปล่าที่ใช้สภาพแวดล้อมได้อย่างมันส์
  • Bad
  • บางภารกิจซ้ำซากและน่าเบื่อ มีการบังคับฟาร์มเงินก่อนเข้าด่านสำคัญ
  • AI ศัตรูยังมีบั๊กและช่องโหว่ให้เอาเปรียบได้ง่าย
  • ตัวร้ายหลักมีบทน้อยและไม่โดดเด่นพอสำหรับเกมบอนด์

tag:#007FirstLight #JamesBond #IOInteractive #PS5 #XboxSeriesX #PC #NintendoSwitch2 #รีวิวเกม #เกมแอ็คชั่น #เกมสายลับ #GameReview #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

ลิซ่า x เพลย์สเตชัน เปิดตัวจอย DualSense รุ่นพิเศษ พร้อมสินค้าคอลเลกชันใหม่

เกมส์

ลิซ่า x เพลย์สเตชัน เปิดตัวจอย DualSense รุ่นพิเศษ พร้อมสินค้าคอลเลกชันใหม่

ลิซ่า (Lisa) จับมือเพลย์สเตชัน (PlayStation) ออกจอยคอนโทรลเลอร์ไร้สายดูอัลเซนส์ (DualSense) รุ่นพิเศษ Lisa Limited Edition พร้อมคอลเลกชันสินค้าใหม่ที่ลิซ่าร่วมออกแบบเอง โดยจะเปิดพรีออร์เดอร์วันที่ 2 ตุลาคมนี้ ปีที่แล้วเพลย์สเตชันร่วมงานกับลิซ่

By Gossip Girl!!!
ผู้กำกับ Diablo 5 ยืนยันเกมเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเต็มรูปแบบแล้ว

เกมส์

ผู้กำกับ Diablo 5 ยืนยันเกมเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเต็มรูปแบบแล้ว

ท่ามกลางอัปเดตใหม่มากมายที่กำลังจะมาสู่จักรวาล Diablo ทั้งซีรีส์ Netflix ใหม่, ซีซัน 15 ของ Diablo 4, เวอร์ชัน Switch 2 และอื่นๆ ข่าวใหญ่ที่สุดของแฟรนไชส์ในงาน BlizzCon 2026 คือการประกาศ Diablo V ที่จะวางจำหน่ายในปี 2029 ทีมงาน IGN ได้พู

By Gossip Girl!!!
ทีมพัฒนา Overwatch ยืนยัน เทรเซอร์ยังคงเป็นมาสคอตของเกมอยู่

เกมส์

ทีมพัฒนา Overwatch ยืนยัน เทรเซอร์ยังคงเป็นมาสคอตของเกมอยู่

ได้ยินจากที่นี่เป็นที่แรก เทรเซอร์ (Tracer) ยังคงเป็นหน้าตาของ Overwatch อยู่ แม้จะไม่ค่อยได้ปรากฏในคอลแลบใหญ่ๆ หรือสื่อโปรโมตช่วงหลังก็ตาม ทีมงานได้พูดคุยกับทีมผู้อยู่เบื้องหลัง Overwatch ในงาน Blizzcon 2026 เพื่อคุยเรื่องฮีโร่ซัพพอร์ตตั

By Gossip Girl!!!
เปิดตัวสกิน Geralt จาก The Witcher 3 สำหรับ Barbarian ใน Diablo 4 แต่มีเงื่อนไขแฝง

เกมส์

เปิดตัวสกิน Geralt จาก The Witcher 3 สำหรับ Barbarian ใน Diablo 4 แต่มีเงื่อนไขแฝง

CD Projekt และ Blizzard เปิดตัวภาพแรกของสกิน Barbarian ธีมเกรอัลต์ (Geralt) สำหรับ Diablo 4 แล้ว แต่ผู้เล่นต้องพรีออร์เดอร์ภาคเสริม Songs of the Past ของ The Witcher 3 บน Battle.net เท่านั้นถึงจะได้รับสกินนี้ ในงาน BlizzCon 2026 อมี

By Gossip Girl!!!