ทรัมป์กับเนทันยาฮูมีเป้าหมายเดียวกันต่ออิหร่าน แต่สื่อกลับพยายามทำให้สองคนนี้ทะเลาะกัน

ทรัมป์กับเนทันยาฮูมีเป้าหมายเดียวกันต่ออิหร่าน แต่สื่อกลับพยายามทำให้สองคนนี้ทะเลาะกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับมือกับนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระหว่างการพบกันที่ห้อง Oval Office ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2025 ภาพ: AFP via Getty Images

พูดเรื่องอิหร่านที สื่อชอบเขียนให้สองคนนี้ดูเป็นศัตรูกัน

เวลาพูดถึงสงครามกับอิหร่าน ประวัติศาสตร์ฉบับร่างแรกๆ ที่กำลังเขียนกันอยู่ตอนนี้ ดูจะใจร้ายกับคนที่เป็นสถาปนิกของโลกเสรีพอสมควรค่ะ

ใจร้ายขนาดที่ว่าในบางมุมที่น่าเศร้า อายาตอลเลาะห์กับลูกน้องของเขา ยังได้พื้นที่ข่าวที่ดูดีกว่าทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และนายกฯ เนทันยาฮู ของอิสราเอลเสียอีก

ฝั่งสื่อซ้ายในอเมริกาอย่าง The New York Times ก็ออกมาโจมตีว่าทรัมป์ถูกเนทันยาฮูหลอกให้เข้าร่วมสงคราม ซึ่งฟังแล้วก็เหลือเชื่อสุดๆ แต่ที่ฮาคือฝั่งอิสราเอลก็มีข้อกล่าวหาที่เหลือเชื่อพอๆ กัน

ฝั่งโน้นหาว่าเนทันยาฮู เป็นพาร์ตเนอร์น้องเล็กที่อ่อนปวกเปียก ไม่กล้าค้านทรัมป์เวลาที่ทรัมป์ตัดสินใจในเรื่องที่ไม่เป็นผลดีกับความมั่นคงของอิสราเอล

เป็นไงคะ ทั้งสองคนกลายเป็นทั้งคนชั่วและคนขี้ขลาดพร้อมๆ กัน

หัวข่าวล่าสุดของ The Times of Israel ถึงกับพาดว่า "เนทันยาฮูยอมตามทรัมป์ซ้ำๆ ทำให้ความมั่นคงอิสราเอลขึ้นอยู่กับอารมณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ"

ตัวอย่างที่ผู้เขียน ลาซาร์ เบอร์แมน ยกมาคือการที่ทรัมป์ตัดสินใจหยุดยิงและประกาศหยุดสู้รบ 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้คุยเรื่องการเจรจากับอิหร่าน เบอร์แมนบอกว่าการตัดสินใจของทรัมป์เป็น "การปฏิเสธความพยายามล็อบบี้ที่ล้มเหลวของเนทันยาฮูในการค้านการหยุดหรือยุติสงคราม"

สื่อที่อาฆาต

เขายังบอกอีกว่าหลังประกาศหยุดยิงไม่นาน "สำนักงานเนทันยาฮูออกแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยยอมรับว่า 'อิสราเอลสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์'"

แม้ว่าผู้นำทั้งสองคนจะวิจารณ์ได้ก็ตาม แต่เสียงโจมตีที่ดังลั่นในทั้งสองประเทศ มันเหมือนเป็นความขมจากการเล่นการเมืองมากกว่าค่ะ

โทมัส ฟรีดแมน คอลัมนิสต์ของ New York Times ก็เป็นหนึ่งในคนที่เกลียดสองคนนี้ และไม่ปกปิดความรู้สึกเลย เขาพูดล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เวสต์แบงก์ว่า "เป็นอีกวันที่รัฐบาลเนทันยาฮูทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูเป็นไอ้โง่"

รายงานพวกนี้บางส่วนเกิดจากความไร้เดียงสาเรื่องการเมืองค่ะ พันธมิตรในยามสงครามที่ซับซ้อน ยังไงก็ต้องมีเรื่องไม่ลงรอยกันเป็นเรื่องปกติ แม้แต่พันธมิตรที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็เถอะ FDR กับเชอร์ชิลก็ไม่ได้คิดเหมือนกันทุกเรื่อง ทั้งคู่ก็มีปัญหากับสตาลิน แต่สามคนก็ทำงานร่วมกันได้นานพอจะปราบฮิตเลอร์และนาซีลงได้

ทรัมป์กับเนทันยาฮูถูกสื่อกระแสหลักของประเทศตัวเองดูถูกมาตั้งนานแล้ว ก่อนที่ความขัดแย้งครั้งนี้จะเริ่มต้นเสียอีก ผลของอคติแบบนี้คือข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำวิจารณ์มักถูกมองข้ามไป

อย่างเรื่องของทรัมป์ ที่หาว่าเขาถูกลากเข้าสงคราม ที่ไม่ได้อยากเข้าโดยอิสราเอล มันมีกลิ่นอาย "โทษคนยิว" ลอยมาเลยค่ะ

ข้อกล่าวหานี้ยังไม่ได้นับเรื่องที่ทรัมป์ประกาศมาตั้งนานแล้วว่า เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

มันเป็นนโยบายหลักทั้งใน 3 แคมเปญหาเสียงประธานาธิบดี และทั้งสมัยที่เขาเป็นประธานาธิบดี

ปี 2016 เขาหาเสียงต้านข้อตกลงของบารัก โอบามากับอิหร่าน ที่ทรัมป์มองว่าใจดีเกินไปและไม่น่าจะหยุดให้บรรดามุลเลาะห์ได้นิวเคลียร์ ขีปนาวุธ หรือเงินทุนสนับสนุนการก่อการร้าย

ปี 2018 เขาถอนตัวออกจากข้อตกลง และอีก 2 ปีต่อมาก็สั่งโจมตีจนสังหารพลเอกกาเซม โซลามานี ผู้นำการก่อการร้ายของอิหร่าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ไม่เหมือนโอบามา เขาจะเอาจริงเรื่องเส้นแดงด้วยการลงมือ

ชัดเจนมาก

ถึงอย่างนั้น พอเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง ทรัมป์ก็เขียนจดหมายถึงอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และพูดต่อสาธารณะว่า "เราใกล้ถึงจุดสุดท้ายกับอิหร่านแล้ว…ไม่ปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ได้"

ในการให้สัมภาษณ์ทีวี เขาอธิบายแนวทางว่า "มี 2 วิธีในการจัดการกับอิหร่าน ไม่ใช้กำลังทหาร ก็ทำข้อตกลง ฉันอยากทำข้อตกลงมากกว่า เพราะไม่อยากทำร้ายอิหร่าน คนของเขาก็เก่งกันทั้งนั้น"

อายาตอลเลาะห์ไม่สนใจ ทรัมป์เลยลงมืออีกครั้ง โดยร่วมกับอิสราเอลในสงคราม 12 วันกับอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว แต่จำกัดบทบาทอเมริกาแค่ทิ้งระเบิดเจาะบังเกอร์ใส่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน 3 แห่ง

ต้นปีนี้ ทูตของทรัมป์ คือสตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เริ่มเจรจารอบใหม่กับตัวแทนอิหร่าน แม้จะมีคำพูดในแง่บวกเรื่องความคืบหน้าช่วงต้น แต่การประชุมนัดที่ 3 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายแสดงให้เห็นว่าฝ่ายอิหร่านไม่จริงจังกับข้อตกลง

วิทคอฟฟ์เล่าให้ฌอน ฮานนิตี้ฟังว่า ตัวแทนของอายาตอลเลาะห์เปิดประเด็นด้วยการยืนยัน "สิทธิที่ไม่อาจโอนได้ในการเสริมสมรรถนะ" เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ถึงระดับใช้ทำอาวุธ

"พวกเขาบอกเราตรงๆ โดยไม่อายว่ามียูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% อยู่ 460 กิโลกรัม และรู้ตัวว่าทำระเบิดนิวเคลียร์ได้ 11 ลูก แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเจรจาของเขา" วิทคอฟฟ์เสริม

การล้มของการเจรจาทำให้ทรัมป์พูดเป็นครั้งแรกว่า "การเปลี่ยนระบอบ" อาจจำเป็น เขาสะสมกำลังทหารในภูมิภาคไว้แล้ว แต่หวังว่าจะไม่ต้องใช้

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าตกลงกันไม่ได้ ดังนั้นไม่กี่วันหลังการเจรจาล้ม เขาก็สั่งปฏิบัติการ Epic Fury

ผ่านไป 2 เดือนแล้ว แม้จะถูกถล่มหนักขนาดนั้น อิหร่านก็ยังปฏิเสธที่จะเจรจาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของการหยุดยิงนี้

"ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้นำ รวมถึงตัวเขาเองด้วย" ทรัมป์พูดวันเสาร์ หลังยกเลิกแผนของวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์ที่จะเดินทางไปปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้ประสานการประชุม "ถ้าอยากคุย ก็แค่โทรมา!!!" เขาบอกกับ The Post

สถานการณ์ของเนทันยาฮูยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก เพราะอิสราเอลต้องหยุดการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์จากเลบานอน เขาไม่อยากให้การหยุดยิงกับอิหร่านครอบคลุมแนวเลบานอนด้วย แต่ทรัมป์และอิหร่านยืนยันว่าต้องครอบคลุม

ทรัมป์ถึงกับบอกว่าได้ห้ามอิสราเอลทิ้งระเบิดในเลบานอนเพิ่ม โดยประกาศบนโซเชียลมีเดียว่า "อิสราเอลจะไม่ทิ้งระเบิดเลบานอนอีกต่อไปแล้ว ห้ามโดยสหรัฐอเมริกา พอแล้ว!!!"

เรื่องโกหกล่าสุด

บางคนมองว่าคำพูดนี้ทำให้เนทันยาฮูเสียหน้า แต่ก็ยังดีกว่าเสียความร่วมมือของทรัมป์ในการรณรงค์ต้านอิหร่าน

ต่างจากนายกฯ คนวิจารณ์มักจะลืมว่าอิสราเอลคือพาร์ตเนอร์ฝ่ายน้องในพันธมิตรอันยิ่งใหญ่นี้

อีกอย่าง ก็ไม่มีหลักฐานที่บอกว่าทรัมป์ไม่อยากปลดเขี้ยวฮิซบอลเลาะห์เหมือนที่อิสราเอลอยาก

ที่จริง แม้เลบานอนจะมีกฎหมายห้ามติดต่อกับอิสราเอลโดยตรง แต่รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ก็จัดประชุมระหว่างทั้งสองประเทศที่ทำเนียบขาวได้ แต่ก็ยังมีความหวังน้อยอยู่ดี

ข้อเท็จจริงสำคัญคือรัฐบาลเลบานอน อ่อนเกินไปทั้งทางการเมืองและทางทหาร ที่จะปลดอาวุธสายของอิหร่าน หากพยายามอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองในเลบานอน แต่อิสราเอลก็ยอมรับสภาพปัจจุบันไม่ได้เช่นกัน

ดังนั้นทรัมป์จึงประกาศหลังการประชุมระหว่างรัฐบาลทั้งสองในวันพฤหัสฯ ว่าการหยุดยิงระหว่างทั้งสองจะขยายต่ออีก 3 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม

รายงานสื่อระบุว่าชาวอิสราเอลที่อาศัยใกล้ชายแดนเลบานอนโกรธมาก หัวข่าวท้องถิ่นถึงกับพาดว่าเนทันยาฮูถูก "จับเป็นตัวประกันโดยทรัมป์"

แล้วเสียงกลองเรื่องเหลือเชื่อก็ดังต่อไป

ที่มา : New York Post

tag:#MichaelGoodwin #DonaldTrump #ทรัมป์ #BenjaminNetanyahu #เนทันยาฮู #Iran #อิหร่าน #Israel #อิสราเอล #IranWar #สงครามอิหร่าน #AyatollahKhamenei #คาเมเนอี #Hezbollah #ฮิซบอลเลาะห์ #Lebanon #เลบานอน #CeaseFire #หยุดยิง #NuclearDeal #ข้อตกลงนิวเคลียร์ #SteveWitkoff #JaredKushner #MarcoRubio #OperationEpicFury #StraitOfHormuz #ช่องแคบฮอร์มุซ #MiddleEast #ตะวันออกกลาง #USPolitics #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าขุดฐานราก 'ประตูชัย' แม้ยังไม่ผ่านขั้นตอนกฎหมาย

ข่าวในอเมริกา

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าขุดฐานราก 'ประตูชัย' แม้ยังไม่ผ่านขั้นตอนกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) วางแผนขุดฐานรากสำหรับสร้าง “ประตูชัย” ของประธานาธิบดีภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ดั๊ก เบอร์กัม (Doug Burgum) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี “เรายินดีที่จะประกาศว่าหลังจากรอคอยมานานมาก (กว่า 125 ปี!) เรากำลังเตรี

By Gossip Girl!!!
เว็บไซต์ทำเนียบขาวเปิดตัวเกมอาร์เคด ให้ผู้เล่นจับผู้อพยพและสร้างกำแพงชายแดน

ข่าวในอเมริกา

เว็บไซต์ทำเนียบขาวเปิดตัวเกมอาร์เคด ให้ผู้เล่นจับผู้อพยพและสร้างกำแพงชายแดน

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดตัวเกมสไตล์อาร์เคดชุดหนึ่งบนเว็บไซต์ทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อโปรโมทนโยบายสำคัญของรัฐบาล ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความพยายามล้อเลียนพรรคเดโมแครตบนโลกออนไลน์อย่างดุเดือด ที่บางครั้งก็มาพร้อมภาพที่มีนัยเหยียดเชื้อชาติ

By Gossip Girl!!!
ราคาน้ำมันร่วง ผลตอบแทนพันธบัตรผ่อนคลาย หุ้นพุ่ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณเรื่องอิหร่าน

ข่าวในอเมริกา

ราคาน้ำมันร่วง ผลตอบแทนพันธบัตรผ่อนคลาย หุ้นพุ่ง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณเรื่องอิหร่าน

ราคาน้ำมันร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดี หลังโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ส่งสัญญาณว่าการโจมตีอิหร่าน (Iran) ล่าสุดของสหรัฐฯ น่าจะมีระยะเวลาสั้น การเคลื่อนไหวนี้ช่วยหนุนหุ้นส่วนใหญ่ให้ปรับตัวขึ้น และลดแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตร สร้างความโล่งใจให้

By Gossip Girl!!!
ผู้ต้องหาคดียิงชาร์ลี เคิร์ก ต้องขึ้นศาลฐานฆาตกรรม เสี่ยงโทษประหาร

ข่าวในอเมริกา

ผู้ต้องหาคดียิงชาร์ลี เคิร์ก ต้องขึ้นศาลฐานฆาตกรรม เสี่ยงโทษประหาร

ผู้พิพากษาในรัฐยูทาห์ (Utah) ของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ผู้ต้องหาคดียิงชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด ต้องขึ้นศาลในข้อหาฆาตกรรม โดยไทเลอร์ เจมส์ โรบินสัน (Tyler James Robinson) วัย 23 ปี ถูกกล่าวหาว่ายิงเคิร์กเสี

By Gossip Girl!!!