250 ปีอเมริกา ฉายไฟส่องวีรบุรุษผิวสีและพื้นเมืองที่ถูกลืมในสงครามปฏิวัติ
เนื่องในวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา หลายโครงการทั่วประเทศได้ฉายแสงให้ "ผู้รักชาติผิวสี" ทั้งคนผิวดำและชนพื้นเมือง ที่ร่วมรบในสงครามปฏิวัติอเมริกา จากการประมาณการของ National Park Service มีผู้รักชาติผิวสีกว่า 5,500 คนรับใช้ในกองทัพฝ่ายอาณานิคม ทว่าเรื่องราวของพวกเขามักถูกลืมไปในประวัติศาสตร์กระแสหลัก
ชาร์ลี ไพรซ์ ทหารผ่านศึกผิวดำวัย 95 ปีจากสงครามเกาหลี เล่าว่าเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรมากเกี่ยวกับสงครามปฏิวัติอเมริกาในโรงเรียน เขารู้แค่เรื่อง จอร์จ วอชิงตัน ยุทธการบังเกอร์ฮิลล์ และการที่ฝ่ายปฏิวัติชนะ จนกระทั่งเขาเข้าร่วมกลุ่ม "Lexington Minutemen" ซึ่งเป็นกลุ่มจำลองเหตุการณ์สงคราม เขาจึงตระหนักว่ามีอีกหลายเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกเล่า
ปีนี้กลุ่ม Lexington Minutemen รำลึกครบรอบ 251 ปีของยุทธการเล็กซิงตันที่ก่อให้เกิดสงครามปฏิวัติอเมริกา โดยมีผู้คนหลายพันคน บางคนแต่งกายชุดยุคอาณานิคม รวมตัวกันที่สนามหญ้า Lexington Green เพื่อชมการจำลองเหตุการณ์ บนผืนหญ้านั้นเองที่ทหารอเมริกัน 8 นายเสียชีวิตและ 10 นายบาดเจ็บในวันที่ 19 เมษายน 1775
ปริ๊นซ์ เอสตาบรูค ทาสผู้กลายเป็นวีรบุรุษ
หนึ่งในนักรบที่ปรากฏในเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ปริ๊นซ์ เอสตาบรูค ทาสผิวดำที่ร่วมยืนเคียงข้างเพื่อนบ้านผิวขาวบน Lexington Green เพื่อต้านกองทหารอังกฤษ เขาได้รับบาดเจ็บในวันนั้น แต่ก็ยังกลับมารับใช้ในการรบอีกหลายครั้งตลอดสงคราม
ไพรซ์เล่นบท ปริ๊นซ์ เอสตาบรูค มา 50 ปี เขาบอกว่า "ผมไม่ประหลาดใจที่เราไม่รู้เรื่องนี้ ผมประหลาดใจมากกว่าที่มีทหารผิวดำคนหนึ่งอยู่ที่นั่น"
ตามข้อมูลของ National Park Service เอสตาบรูคเกิดในเขตเล็กซิงตันราวปี 1740 พ่อของเขาเป็นทาสของเจ้าของที่ดิน เบนจามิน เอสตาบรูค จึงเกิดมาเป็นทาสด้วย เขาฝึกเป็นทหารใน Lexington Militia และได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ซ้ายในวันที่ 19 เมษายน 1775 จากนั้นรับใช้ในกองทัพภาคพื้นทวีปและกองกำลังท้องถิ่นรวม 8 ปี หลังสงครามได้รับการปลดปล่อย กลับมาที่เล็กซิงตัน และเสียชีวิตในวัยประมาณ 90 ปี เมื่อปี 1830
ตัวเลขที่น่าสนใจ
National Park Service ประเมินว่า เมื่อสงครามปฏิวัติสิ้นสุด มีผู้รักชาติผิวสีรับใช้ฝ่ายอาณานิคมมากกว่า 5,500 คน ทั้งคนผิวดำและชนพื้นเมืองอเมริกัน ในขณะเดียวกัน ทาสที่หลบหนีจำนวนมากเลือกร่วมรบกับฝ่ายอังกฤษเพื่อหวังอิสรภาพ
เรื่องราวที่ถูกฉายแสงในวาระครบรอบ 250 ปี
โปรเจกต์ MA250 ได้มอบเงินทุนหลายล้านดอลลาร์ให้กับโครงการต่าง ๆ รวมถึง Black Heritage Trail ในเมืองคอนคอร์ด ที่นำเสนอชีวิตของชาวผิวดำในสมัยสงครามปฏิวัติ
นิทรรศการที่นำเสนอผู้รักชาติผิวสีที่น่าสนใจ ได้แก่
- คริสปัส แอตทักส์: กะลาสีเรือเชื้อสายแอฟริกันและพื้นเมือง เสียชีวิตในเหตุการณ์ "การสังหารหมู่ที่บอสตัน" เมื่อ 5 มีนาคม 1770
- เซเลม พัวร์: เกิดเป็นทาสแต่ซื้ออิสรภาพได้ ก่อนรบที่บังเกอร์ฮิลล์
- ปริ๊นซ์ เอเมส: ชายผิวดำเชื้อสายนาราแกนเซตต์ ถูกบังคับให้เข้ากองทัพแทนนายทาส
- พอล คัฟฟ์: นักธุรกิจผิวดำเชื้อสายแวมพานวก ที่ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลแมสซาชูเซตส์ปฏิเสธการเก็บภาษีโดยไม่มีตัวแทน
ความท้าทายในยุคปัจจุบัน
แม้จะมีความพยายามฉายแสงให้กับผู้รักชาติผิวสี แต่ความพยายามเหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดัน รัฐบาลทรัมป์ได้สั่งให้ลบหรือเซ็นเซอร์นิทรรศการบางส่วนที่นำเสนอประวัติศาสตร์ของทาส ขบวนการสิทธิพลเมือง และการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อชนพื้นเมือง
โรเจอร์ เดวิดสัน จูเนียร์ ศาสตราจารย์ที่ Bowie State University กล่าวว่า การไม่ยอมรับประวัติศาสตร์ส่วนนี้อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนผิวสีในปัจจุบัน "ถ้าคุณไม่ถูกมองว่ามีส่วนร่วมต่อสังคม กองทัพ หรืออะไรก็ตาม ผู้คนก็จะมองข้ามคุณได้ มันเล่นกับอคติของคนบางส่วน ทำไมเราถึงต้องสนใจคุณในวันนี้ ถ้าคุณไม่ได้มีส่วนร่วมในอดีต?"
เจสัน รูมส์ ลูกหลานของชายผิวดำที่เคยเป็นทาส 3 คนจากโรดไอแลนด์ ได้เรียนรู้เมื่ออายุ 40 เศษว่า บรรพบุรุษของเขาทั้ง 3 คน คือ คาโต, เปโร และซีซาร์ โรม รบในสงครามปฏิวัติฝ่ายอาณานิคม "ผมรู้สึกภูมิใจ ที่ครอบครัวของผมอยู่ที่นี่และร่วมต่อสู้เพื่อก่อตั้งสหรัฐอเมริกา"
ที่มา : Associated Press (AP News)
tag:#PrinceEstabrook #PatriotsOfColor #BlackPatriots #AmericanRevolution #ปฏิวัติอเมริกา #America250 #อเมริกา250ปี #BattleOfLexington #ยุทธการเล็กซิงตัน #Lexington #เล็กซิงตัน #Massachusetts #แมสซาชูเซตส์ #LexingtonMinutemen #CharliePrice #CrispusAttucks #SalemPoor #PaulCuffe #PrinceAmes #JasonRoomes #ChristopherBrown #RogerDavidson #BowieState #BostonMassacre #BlackHistory #ประวัติศาสตร์คนผิวดำ #IndigenousHistory #ประวัติชนพื้นเมือง #Slavery #ทาส #NationalParkService #ConcordLexington #BunkerHill #USHistory #ประวัติศาสตร์อเมริกา #AmericanAncestors #MA250 #Reenactment #จำลองเหตุการณ์ #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai