วิศวกรนิวเคลียร์ NASA พบเสียชีวิตในรถเทสลาที่ถูกไฟไหม้วอด หลังหายตัวจากบ้านในรัฐแอละแบมาเมื่อปีก่อน
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของ NASA เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟไหม้ในเมืองชนบทของรัฐแอละแบมา (Alabama) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนั้นก็สร้างความกังขาให้สมาชิกในครอบครัวไม่น้อย
โจชัว เลอบลังก์ (Joshua LeBlanc) วัย 29 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุไฟไหม้ภายในรถเทสลา (Tesla) ของเขาเองเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เหตุเกิดที่เมืองฮันต์สวิลล์ (Huntsville) รัฐแอละแบมา โดยรถเทสลาคันดังกล่าวถูกพบในสภาพไหม้จนแทบจำไม่ได้ ราว 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยงาน Alabama Law Enforcement Agency ให้ข้อมูลกับ Fox News Digital ว่ารถพุ่งชนราวกั้นถนน ก่อนจะชนต้นไม้หลายต้น แล้วเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน
ย้อนกลับไปเวลา 04.32 น. ของวันเดียวกัน ครอบครัวของเลอบลังก์ได้แจ้งตำรวจว่าเขาหายตัวไป และเขาไม่ได้ไปทำงานในตำแหน่งวิศวกรไฟฟ้าด้านเทคโนโลยีการบินและอวกาศที่ NASA ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติจากเขามาก โดยงานหลักของเขาคือโครงการระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์
ร่างของเขาถูกไฟเผาจนแทบจำไม่ได้เช่นเดียวกัน และตำรวจยืนยันตัวตนได้หลังผ่านไปสามวัน เมื่อส่งร่างไปยังสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ของรัฐแอละแบมา
ในเวลานั้น ครอบครัวของเขาบอกกับสถานี KLFY ว่ากลัวเขาจะถูกลักพาตัว เพราะเขาทิ้งโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านในตอนที่หายตัวไป
ตำรวจตามตัวเลอบลังก์ได้จากข้อมูลในระบบ Tesla Sentry Mode ของรถ และพบว่ารถของเขาจอดนิ่งอยู่ที่สนามบินฮันต์สวิลล์นานถึงสี่ชั่วโมงในช่วงเช้าของวันที่เขาเสียชีวิต ครอบครัวระบุว่าการเดินทางไปทางตะวันตกครั้งนั้นไม่ได้อยู่ในแผนเดิมของเขา และที่ผิดปกติคือเขาไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลย
หน้าโปรไฟล์ LinkedIn ของเลอบลังก์ระบุว่าเขาทำงานที่ NASA มานานราว ห้าปีครึ่ง และเคยเป็นหัวหน้าทีมโครงการ Space Nuclear Propulsion (SNP) Instrumentation and Control (I&C) Maturation ของ NASA ซึ่งเทคโนโลยี SNP ของ NASA จะช่วยให้ "การเดินทางของลูกเรือและภารกิจขนส่งสัมภาระไปยังดาวอังคาร (Mars) และภารกิจทางวิทยาศาสตร์ในระบบสุริยะรอบนอก รวดเร็วและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น" ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การดังกล่าว

หลังจากนั้นเลอบลังก์ยังได้เป็นหัวหน้าทีมในโครงการ Demonstration Rocket for Agile Cislunar Operation (DRACO) ของ NASA ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนจรวดด้วยพลังงานความร้อนนิวเคลียร์
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอีกอย่างน้อย 12 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และอวกาศ ที่เสียชีวิตหรือสูญหายไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 โดยบางรายอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่น่าสงสัย
โมนิกา เรซา (Monica Reza) วัย 60 ปี, เมลิสซา คาเซียส (Melissa Casias) วัย 53 ปี, แอนโทนี ชาเวซ (Anthony Chavez) วัย 79 ปี, สตีเวน การ์เซีย (Steven Garcia) วัย 48 ปี และพลตรีวิลเลียม นีล แมคคาสแลนด์ (William Neil McCasland) วัย 68 ปี อดีตนายทหารกองทัพอากาศสหรัฐ ต่างถูกรายงานว่าหายตัวไปในช่วงปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2569 โดยการหายตัวของแต่ละคนถือว่ามีความผิดปกติ

ในจำนวนนี้ ฮิกส์, ไมวาลด์ และเรซา ล้วนเคยทำงานเชื่อมโยงกับห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory ของ NASA
การเสียชีวิตและการหายตัวทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ถูกเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่ก็ได้รับความสนใจจากทำเนียบขาว
"ผมก็หวังว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เราจะรู้กันภายในหนึ่งสัปดาห์ครึ่งข้างหน้านี้" ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "ผมเพิ่งออกจากการประชุมเรื่องนี้มา"
ในแถลงการณ์ถึง Fox News Digital ทาง FBI ยืนยันว่าหน่วยงานกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นๆ ในการสอบสวนกรณีนักวิทยาศาสตร์ที่หายตัวและเสียชีวิตรวม 11 ราย

"FBI เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานค้นหาความเชื่อมโยงของนักวิทยาศาสตร์ที่หายตัวและเสียชีวิต" หน่วยงานระบุ "เรากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐและท้องถิ่น เพื่อค้นหาคำตอบ"
หน่วยงาน Alabama Law Enforcement Agency ซึ่งเป็นผู้สืบสวนการเสียชีวิตของเลอบลังก์ ได้เปิดเผยเอกสารแถลงข่าวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปีที่ผ่านมา โดยย้ำรายละเอียดของเหตุการณ์รถชนดังกล่าวอีกครั้ง
tag:#วิศวกรนาซาเสียชีวิต #โจชัวเลอบลองก์ #เทสลาไฟไหม้ #นักวิทยาศาสตร์ตายปริศนา #นาซา #อลาบามา #นิวเคลียร์โพรพัลชัน #FBIสืบสวน #คดีปริศนา #วิศวกรหายตัว #เทสลาระเบิด #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวสหรัฐ #ทรัมป์ #ฮันต์สวิลล์ #ตายปริศนา #นักวิทยาศาสตร์หายตัว #คดีลึกลับ #ดราโก #ดาวอังคาร #NASAEngineer #JoshuaLeBlanc #TeslaFire #MysteriousDeaths #NASA #Alabama #NuclearPropulsion #FBIInvestigation #ScientistDeaths #HuntsvilleAlabama #TeslaCrash #DRACO #SpaceNuclearPropulsion #MissingScientists #TrueCrime #BreakingNews #USNews #Trump #JPL #UFOResearch