ตามล่า 'ระฆังเสรีภาพ' ทั้ง 50 รัฐ เรื่องราวของแฟนคลับผู้หลงใหลสัญลักษณ์อเมริกา
ก่อนถึงวาระครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา กลุ่มผู้คลั่งไคล้ "ระฆังเสรีภาพ" จำลองที่กระทรวงการคลังสหรัฐแจกจ่ายให้แต่ละรัฐในปี 1950 ออกเดินทางตามหาให้ครบทุกใบ ระฆังเหล่านี้หล่อจากฝรั่งเศสและส่งมอบไปทั่วประเทศ แต่หลายใบถูกทอดทิ้ง ก่อนกลับมาได้รับการบูรณะอีกครั้งในยุคปัจจุบัน
หากใครไม่มีโอกาสได้ไปชม "ระฆังเสรีภาพ" ของจริงที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ก็ยังมีโอกาสได้พบกับฉบับจำลองที่เกือบเหมือนเป๊ะ เพราะในปี 1950 กระทรวงการคลังสหรัฐได้ว่าจ้างให้หล่อระฆังจำลองจำนวน 55 ใบแจกจ่ายให้ทุกรัฐและดินแดนในอารักขา เพื่อใช้ในแคมเปญขายพันธบัตรออมทรัพย์ ระฆังเหล่านี้มีน้ำหนักเท่าของจริงคือ 944 กิโลกรัม และมีรอยร้าวจำลอง รวมทั้งตราประทับต่าง ๆ เหมือนต้นฉบับทุกประการ
ทอม แคมป์เบลล์ ผู้บุกเบิก "นักล่าระฆัง"
ทอม แคมป์เบลล์ นักออกแบบกราฟิกชาวเมืองฟอร์ท คอลลินส์ รัฐโคโลราโด เกิดและเติบโตที่ฟิลาเดลเฟีย เคยไปเยี่ยมชมระฆังเสรีภาพต้นฉบับตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยรู้เลยว่ายังมีระฆังจำลองกระจายอยู่ทั่วประเทศ จนกระทั่งเมื่อปลายทศวรรษ 1990 เขาบังเอิญเดินผ่านสนามหญ้าหน้าอาคารรัฐสภาโคโลราโด แล้วพบระฆังจำลองขนาดเท่าจริงตั้งอยู่ จากความสนใจในตอนแรก ค่อย ๆ กลายเป็นภารกิจตามล่าระฆังให้ครบ ปัจจุบันเขาเยี่ยมชมไปแล้ว 40 ใบ และมีเว็บไซต์ tomlovesthelibertybell.com เป็นศูนย์กลางข้อมูล









ระฆังจากโรงหล่อในฝรั่งเศส
ระฆังจำลองทั้งหมดหล่อโดยโรงหล่อ Paccard ในฝรั่งเศส ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1796 จุดแตกต่างสำคัญจากระฆังต้นฉบับคือส่วนผสมโลหะ โดยฉบับจำลองใช้ทองแดง 78% และดีบุก 22% เท่านั้น ขณะที่ต้นฉบับมีส่วนผสมที่ "ไม่บริสุทธิ์" ทั้งตะกั่ว ทอง สารหนู เงิน และสังกะสี ทำให้ผู้อำนวยการของโรงหล่อยอมรับว่าระฆังต้นฉบับนั้น "คุณภาพแย่มาก" ในเชิงโลหะวิทยา
หลังการแจกจ่าย ระฆังเหล่านี้ถูกส่งไปยัง 48 รัฐในขณะนั้น พร้อมดินแดนอย่างอลาสก้า ฮาวาย เปอร์โตริโก หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยจัดทัวร์รอบประเทศบนรถบรรทุกพ่วงเครื่องขยายเสียง ผู้คนสามารถซื้อพันธบัตร ตีระฆัง และร่วมเฉลิมฉลองได้
บางใบยังหายไป บางใบกลับคืนชีพ
ปัญหาคือเมื่อกระทรวงการคลังมอบระฆังให้แล้ว ไม่มีการให้แนวทางหรืองบประมาณดูแลรักษา ทำให้กว่าครึ่งใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง โดนแดดฝนจนรอยร้าวเลือนหาย หรือถูกถอดส่วนประกอบบางอย่างออก เช่น ระฆังของรัฐแคนซัสที่เคยถูกทิ้งไว้ในโรงจอดรถใต้รัฐสภา ก่อนได้รับการบูรณะและตั้งโชว์ในปี 2025
ระฆังของรัฐอลาบามาและไอดาโฮกำลังอยู่ระหว่างบูรณะที่โรงหล่อในเซาท์แคโรไลนา และคาดว่าจะกลับมาทันก่อนวันชาติ 4 กรกฎาคม
ระฆังที่หายสาบสูญ
มีระฆัง 3 ใบที่ประชาชนยังไม่สามารถเข้าชมได้ในปีฉลองครบรอบนี้ รวมทั้งของรัฐเพนซิลเวเนียที่อยู่ระหว่างปรับปรุงโบสถ์ และของนอร์ทแคโรไลนาที่ถูกย้ายเข้าคลังเก็บเพื่อปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ ส่วนระฆังของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หายสาบสูญไปจากโกดังตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 แคมป์เบลล์เชื่อว่าน่าจะถูกหลอมไปขายเป็นเศษโลหะเพราะมีน้ำหนักทองแดงถึง 944 กิโลกรัม
เด็กรุ่นใหม่ก็เข้าร่วม
โซอี้ เมอร์ฟี เด็กหญิงวัย 14 ปีจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ เริ่มสนใจระฆังเสรีภาพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ปัจจุบันเธอตามชมไปแล้วถึง 39 ใบ และมีเว็บไซต์ของตัวเองชื่อ zlovesamerica.com เธอเล่าว่าการเดินทางทำให้เธอเข้าใจถึง "การผสมผสานของผู้คนและวัฒนธรรมอเมริกัน" มากขึ้น
แคมป์เบลล์สรุปแก่นแท้ของเรื่องนี้ไว้อย่างน่าประทับใจว่า "การที่ระฆังที่แตกร้าวกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกานั้น ก็คือสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของสหภาพที่ไม่สมบูรณ์"
ที่มา : Associated Press (AP News)
tag:#LibertyBell #ระฆังแห่งอิสรภาพ #ReplicaBells #ระฆังจำลอง #America250 #อเมริกา250ปี #TomCampbell #ZoeMurphy #PaccardFoundry #โรงหล่อปาคาร์ด #USTreasury #กระทรวงการคลังสหรัฐ #SavingsBondDrive #IndependenceHall #หอประกาศอิสรภาพ #Philadelphia #ฟิลาเดลเฟีย #USHistory #ประวัติศาสตร์อเมริกา #BellHunters #นักล่าระฆัง #FortCollins #Colorado #โคโลราโด #Kansas #แคนซัส #ElaineBowers #BellRestoration #บูรณะระฆัง #SemiQuincentennial #AmericanRevolution #ปฏิวัติอเมริกา #PassAndStow #Allentown #NorthCarolina #France #ฝรั่งเศส #Americana #USCulture #วัฒนธรรมอเมริกา #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai