เงินคืนภาษีปีนี้เพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามอิหร่านกลืนผลประโยชน์หายเกลี้ยง
สรุปสถานการณ์
ชาวอเมริกันได้รับเงินคืนภาษีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 350 ดอลลาร์ในปีนี้ ผลจากมาตรการลดภาษีครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอนจากสงครามกับอิหร่าน กำลังกัดกินเงินก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว จนหลายครอบครัวรู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นเลย โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
น้ำมันแพงกลืนเงินคืนภาษี
ประธานาธิบดีทรัมป์โปรโมตมาตลอดว่าร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่จะทำให้ชาวอเมริกันได้เงินคืนภาษีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ และตัวเลขจาก IRS (กรมสรรพากรสหรัฐฯ) ก็ยืนยันเรื่องนี้ — เงินคืนภาษีเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 350 ดอลลาร์ หรือเกือบ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิลดหย่อนใหม่ เช่น การยกเว้นภาษีทิป ค่าล่วงเวลา และสิทธิลดหย่อนพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เงินคืนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 775 ดอลลาร์ และคาดว่าจะแตะ 1,000 ดอลลาร์เมื่อสิ้นสุดฤดูยื่นภาษี
แต่ปัญหาคือ สงครามกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกถูกปิดกั้น ส่งผลให้น้ำมันดิบราว 20% ของปริมาณทั่วโลกถูกตัดขาด ราคาน้ำมันที่ปั๊มพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากค่าเฉลี่ยก่อนสงครามไปอยู่ที่ 3.91 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ในเวลาเพียง 3 สัปดาห์
เอริกา ยอร์ก รองประธานฝ่ายนโยบายภาษีจากสถาบัน Tax Foundation ให้ความเห็นว่า หากเงินคืนภาษีที่เพิ่มขึ้น 300-500 ดอลลาร์ต้องถูกนำไปจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้น รวมถึงราคาสินค้าอื่นๆ ที่ปรับตามต้นทุนพลังงาน ประชาชนก็จะไม่รู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์จากการลดภาษีแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่าผลตอบแทนทางการเมืองที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันหวังไว้อาจไม่เป็นไปตามคาด
ตัวเลขที่น่าตกใจ
ผลกระทบในภาพรวมนั้นมหาศาล แพทริก เดอ ฮาน นักวิเคราะห์จาก GasBuddy ประเมินว่าครอบครัวที่มีรถ 2 คันต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 20-40 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ และนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ชาวอเมริกันจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นรวมกันแล้วเกือบ 4,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.6 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินที่ถูกดูดออกจากการใช้จ่ายในภาคส่วนอื่นของเศรษฐกิจไปอย่างน่าเสียดาย
ด้าน Moody's Analytics วิเคราะห์ว่า หากราคาน้ำมันทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนและค้างอยู่ที่ระดับนั้นนาน 6 เดือน แต่ละครัวเรือนจะต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 600 ดอลลาร์ และเมื่อรวมผลกระทบจากราคาสินค้าอื่นๆ ที่ปรับตาม ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 750 ดอลลาร์ — มากกว่าเงินคืนภาษีที่ได้เพิ่มมาเสียอีก
คนรายได้น้อยแบกรับหนักสุด
ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือครัวเรือนรายได้น้อย เนื่องจากค่าพลังงานคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าในงบประมาณครัวเรือนของพวกเขา และคนกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่พึ่งพาเงินคืนภาษีมากที่สุดในการดำรงชีวิต
บทความต้นฉบับยกตัวอย่างกรณีของ "อลิซ" ผู้ช่วยธุรการวัย 60 ต้นๆ จากรัฐโอคลาโฮมา ที่ตั้งหวังว่าจะได้เงินคืนภาษีเพิ่มขึ้นตามที่รัฐบาลโฆษณา แต่กลับไม่เห็นความแตกต่าง ซ้ำยังต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มสัปดาห์ละ 15 ดอลลาร์ เธอจำเป็นต้องเก็บเงินคืนภาษีไว้จ่ายภาษีทรัพย์สิน จึงวางแผนลดค่าอาหาร ประหยัดไฟ และขายข้าวของส่วนตัวเพื่อให้มีเงินเติมน้ำมันรถ
ทำเนียบขาวยอมรับว่ามี "ผลกระทบชั่วคราว" จากปฏิบัติการทางทหาร แต่ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมุ่งเน้นนโยบายเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งการลดกฎระเบียบ ลดภาษี และส่งเสริมพลังงาน
นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้สงครามจะยุติลง ราคาน้ำมันก็จะไม่ลดลงทันที เพราะโดยปกติราคาจะลดลงเพียงวันละ 1-3 เซนต์ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะกลับสู่ระดับปกติ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เงินคืนภาษีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น: ~350 ดอลลาร์ (11%) จากมาตรการลดภาษีของทรัมป์
- ราคาน้ำมันเฉลี่ย: 3.91 ดอลลาร์/แกลลอน (เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ใน 3 สัปดาห์)
- ค่าน้ำมันเพิ่มต่อครัวเรือน: 20-40 ดอลลาร์/สัปดาห์ (สำหรับบ้านที่มีรถ 2 คัน)
- เงินที่ชาวอเมริกันจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มรวม: ~4,500 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามเริ่ม
- หากน้ำมันเกิน 4 ดอลลาร์นาน 6 เดือน: ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่ม ~750 ดอลลาร์
- สาเหตุหลัก: ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ตัดน้ำมันดิบ 20% ของโลก