ราคาพลาสติกพุ่ง! ผลกระทบจาก “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่จะทำให้ของแพงขึ้นทุกอย่าง ตั้งแต่แพ็กเกจจิ้งอาหารยันอะไหล่รถ
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ส่งผลแค่ราคาน้ำมัน แต่กำลังทำให้ต้นทุนปิโตรเคมีพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบราคาสินค้าแทบทุกชนิดที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหาร ถุงมือทางการแพทย์ ไปจนถึงชิ้นส่วนรถยนต์ บางรายรายงานว่าราคาพลาสติกขยับขึ้นแล้ว 15% และแนวโน้มยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ปิโตรเคมีคืออะไร แล้วทำไมถึงสำคัญ?
หลายคนอาจไม่คุ้นกับคำว่า “แนฟทา” (Naphtha) หรือ “บิวทาไดอีน” (Butadiene) แต่สารเคมีเหล่านี้คืออนุพันธ์ของน้ำมันดิบที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมมากมาย ตั้งแต่พลาสติก สิ่งทอ ผงซักฟอก ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม พูดง่าย ๆ คือ ถ้าสินค้าชิ้นไหนไม่ได้ทำจากไม้ล้วน ๆ มันก็มีส่วนประกอบจากปิโตรเคมีอยู่เกือบแน่นอน
Tom Seng อาจารย์ด้านการเงินพลังงานจาก Texas Christian University ชี้ว่าแค่ปริมาณพลาสติกที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์อย่างเดียวก็มหาศาลแล้ว
ตะวันออกกลางกับห่วงโซ่อุปทานโลก
ปัจจุบันตะวันออกกลางมีโรงงานปิโตรเคมี 193 แห่ง โดย 79% กระจุกตัวอยู่ในซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน และกาตาร์ ซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียวคิดเป็น 75% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในภูมิภาค
กลุ่มประเทศ GCC (บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี) ผลิตปิโตรเคมีรวมกันราว 150 ล้านตันต่อปี หรือ 12% ของทั้งโลก และผลิตภัณฑ์เหล่านี้แทบทั้งหมดต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ซัพพลายเชน Altana ระบุว่าวัตถุดิบปิโตรเคมีมูลค่ารวม 7.33 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 22% ของอุปทานโลก) ไหลผ่านอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสินค้าปลายทางมูลค่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ยาสีฟันไปจนถึงผ้าขนหนู
ผลกระทบเริ่มเห็นแล้ว แต่ที่แย่กว่ากำลังจะมา
Stanislav Krykun ซีอีโอของ DST-Pack บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในโปแลนด์ เปิดเผยว่าซัพพลายเออร์พลาสติกในจีนขึ้นราคาแล้วราว 15% โดยอ้างต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของตลาด
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการผลิต Advent Calendar สำหรับคริสต์มาส 2026 ที่ต้องใช้ถาดพลาสติกขึ้นรูป ซึ่งต้นทุนขยับขึ้นแล้วตั้งแต่ขั้นตอนเสนอราคา ออร์เดอร์ใหม่ทั้งหมดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกเสนอราคาในระดับที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อผู้บริโภคจะไม่เกิดขึ้นทันที เพราะบรรจุภัณฑ์ต้องผ่านกระบวนการผลิต ขนส่ง บรรจุสินค้า แล้วจึงกระจายไปยังร้านค้าปลีก จึงมี “ช่วงหน่วง” (lag) ก่อนที่ราคาจะไปถึงชั้นวาง
แบรนด์เริ่มปรับตัว แต่ไม่ทันกับสถานการณ์
หลายแบรนด์พยายามลดต้นทุนด้วยการลดความซับซ้อนของแพ็กเกจจิ้ง เช่น แบรนด์สกินแคร์เปลี่ยนจากกล่องโครงสร้างซับซ้อนมาเป็นแบบเรียบง่ายขึ้น แบรนด์อุปกรณ์โทรศัพท์ลดชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์ภายใน แม้แต่ช็อกโกแลตกล่องก็ปรับโครงสร้างภายในให้ประหยัดวัสดุมากขึ้น
แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทำให้หลายแบรนด์จำเป็นต้องสั่งผลิตรอบถัดไปในราคาที่สูงขึ้นก่อน แล้วค่อยพัฒนาแพ็กเกจจิ้งแบบประหยัดต้นทุนไปพร้อม ๆ กัน
มุมมองจากนักวิเคราะห์: เงินเฟ้อรอบใหม่กำลังจะมา
∙ Jeff Krimmel ที่ปรึกษาด้านพลังงาน ชี้ว่าปิโตรเคมีจะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งสิ่งทอ ผงซักฟอก อาหาร และเครื่องดื่ม โดยเฉพาะแนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นหลักที่ไม่มีสิ่งทดแทน แม้สงครามจะยุติทันที ก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าอุปทานจะกลับสู่ภาวะปกติ
∙ Atsi Sheth จาก Moody’s Ratings ระบุว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเผชิญแรงกระแทกต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่โควิด สงครามยูเครน วิกฤตทะเลแดง จนถึงช่องแคบฮอร์มุซ คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดปีนี้ กระทบผู้มีรายได้น้อยมากที่สุด
∙ Peter Swartz จาก Altana เตือนว่าตลาดกำลังรับรู้ความไม่แน่นอนไว้ในราคาแล้ว ธุรกิจทุกรายกำลังลงทุนในการกระจายความเสี่ยง ซึ่งล้วนเพิ่มต้นทุน และไม่มีสิ่งทดแทนปิโตรเคมีเหล่านี้ได้ง่าย ๆ
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย?
ไทยเป็นทั้งผู้นำเข้าปิโตรเคมีและผู้ผลิตสินค้าส่งออกที่พึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างมาก หากต้นทุนวัตถุดิบจากตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย ตั้งแต่ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร ไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์ ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
Source: CNBC