UAE กวาดจับกว่า 100 ราย หลังแชร์คลิปถูกอิหร่านโจมตี-ประเทศเดิมพันภาพลักษณ์ในยามสงคราม
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผชิญศึกสองด้าน ทั้งจากขีปนาวุธอิหร่านและการรักษาภาพลักษณ์ประเทศในฐานะดินแดนแห่งความมั่งคั่งและความปลอดภัย เมื่อทางการสั่งจับกุมผู้คนกว่า 100 รายในข้อหาถ่ายทอดสดและแชร์เหตุการณ์โจมตีลงโซเชียลมีเดีย
ปราบปรามคลิปสงคราม
ตำรวจอาบูดาบีประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า มีการจับกุมผู้ต้องหา 109 คน จากหลายสัญชาติ ในความผิดฐานถ่ายภาพและเผยแพร่ข้อมูลที่ทางการมองว่า “บิดเบือนความจริง” และอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้น ยอดผู้ถูกจับกุมรวมแล้วสูงถึง 189 รายทั่วประเทศ
อัยการสูงสุดของ UAE ระบุชัดเจนว่า การบันทึกหรือแชร์คลิปที่เกี่ยวกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านถือเป็นความผิดทางกฎหมายไซเบอร์ แม้เป็นเพียงการ “ฟอร์เวิร์ด” ในแอปแชทส่วนตัวก็ตาม โทษสูงสุดคือจำคุก 2 ปี และ/หรือปรับสูงถึง 200,000 ดีรฮัม (ประมาณ 1.9 ล้านบาท) พร้อมเนรเทศสำหรับชาวต่างชาติ
การจับกุมในลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในคูเวต กาตาร์ และซาอุดีอาระเบียด้วย
สงครามจริง VS สงครามภาพลักษณ์
UAE ไม่ได้ต่อสู้แค่บนท้องฟ้า ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น กองทัพได้ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยไกล 334 ลูก ขีปนาวุธร่อน 15 ลูก และโดรน 1,714 ลำ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย บาดเจ็บ 158 ราย
แต่ความเสียหายที่เจ็บปวดไม่แพ้กันคือภาพลักษณ์ที่ร้าวราน ประเทศที่ใช้เวลาหลายสิบปีสร้างตัวเองให้เป็น “โอเอซิสแห่งความมั่นคงและธุรกิจ” กำลังสั่นคลอน เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มยกเลิกแผนการเดินทาง และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ เริ่มถอนตัวออกจากภูมิภาค
อินฟลูเอนเซอร์—เครื่องมือสงครามรูปแบบใหม่
UAE ลงทุนกับ “ซอฟต์พาวเวอร์” มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเชิญ MrBeast และ Will Smith มาร่วมงาน 1 Billion Followers Summit ในเดือนมกราคม หรือการแจก “วีซ่าทอง” 10 ปีให้อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ เพื่อให้พวกเขาสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศ
ภายหลังการโจมตีของอิหร่าน คอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายรายออกมาโพสต์วิดีโอสร้างความมั่นใจ บางคนพาชมห้างสรรพสินค้าที่ยังคึกคัก บางคนตั้งคำถามว่า “อยู่ดูไบแล้วกลัวไหม?” จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแคมเปญที่รัฐบาลว่าจ้างหรือไม่
⚠️ สรุปสาระสำคัญ
∙ จับกุมแล้ว 189 คน ทั่ว UAE ฐานละเมิดกฎหมายไซเบอร์เกี่ยวกับสงคราม
∙ แค่ แชร์ต่อ หรือ ฟอร์เวิร์ดคลิป ในไลน์/วอทส์แอปก็ถือว่าผิดกฎหมาย
∙ โทษสูงสุด: จำคุก 2 ปี + ปรับ 1.9 ล้านบาท + เนรเทศ
∙ สถานทูตอังกฤษออกคำเตือนนักท่องเที่ยวห้ามถ่ายและโพสต์ภาพความเสียหาย
∙ นักวิเคราะห์เตือนมาตรการนี้อาจทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง
Source: TIME