Resident Evil Requiem: บทรีวิวจาก Kotaku
ซีรีส์สยองขวัญของ Capcom ทำระบบยิงและความหลอนได้สมบูรณ์แบบแล้ว แต่สะดุดตอนจะก้าวไปข้างหน้า
© Capcom / Kotaku
โดย Kenneth Shepard เผยแพร่ 25 กุมภาพันธ์ 2026
เส้นแบ่งระหว่างการมองย้อนกลับไปยังมรดกของซีรีส์อย่างลึกซึ้งกับสิ่งที่รู้สึกเหมือนแฟนเซอร์วิสเอาใจคนเก่านั้นบางมาก ๆ และตัวเราเองก็ไม่แน่ใจเลยว่า Resident Evil Requiem พยายามจะเป็นแบบไหนกันแน่ ภาคล่าสุดของซีรีส์สยองขวัญจาก Capcom ออกมาตรงกับวาระครบรอบ 30 ปีพอดี และแม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในการผสมผสานระหว่างความสยองกับแอ็กชันที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยทำมา แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันสะดุดระหว่างทางที่จะพูดอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านี้เกี่ยวกับตัวตนของมันเอง Capcom โปรโมท Requiem ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้รอดชีวิตรุ่นเก่ามาบรรจบกับรุ่นใหม่ แต่พอเล่นจบแล้ว มันก็รู้สึกเหมือนเกม Resident Evil อีกภาคนึงอะ

ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนอยากได้อยู่แล้ว แล้วเรื่องราวของ Grace กับ Leon ก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ในแง่นั้น แต่พอเราเล่นถึงจุดไคลแม็กซ์ของ Requiem บทรีวิวที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในหัวกลับเริ่มเปลี่ยนจากความประทับใจไปเป็นความสับสนแทน Requiem เป็นการหลอมรวมทุกยุคสมัยของ Resident Evil ที่ Capcom เคยสร้างมาอย่างขัดเกลาเนี้ยบ แต่มันตัดสินใจไม่ได้ว่าจะสะท้อนยุคเหล่านั้นอย่างมีความหมาย หรือแค่เล่นเพลงฮิตให้คนที่อยากจะชี้จอแล้วพยักหน้ารับทุกครั้งที่เห็นอ้างอิง มันเป็นแบบ "ทุบกระจกฉุกเฉินแล้วกลับไปพื้นฐาน" ที่ปกติจะใช้ตอนซีรีส์กำลังลำบาก ซึ่งทำให้ยิ่งงงว่าทำไม Resident Evil ซีรีส์ที่สถานะดีเยี่ยมมากในช่วงหลัง ถึงเลือกทำอะไรที่ปลอดภัยขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสเหลือเฟือจะทำอะไรที่กล้าหาญกว่า

Requiem เป็นเรื่องราวคู่ขนานที่นำแสดงโดยทั้งผู้มาใหม่ขวัญอ่อน Grace Ashcroft และทหารผ่านศึกรุ่นเก๋า Leon Kennedy ซึ่งทั้งคู่พบตัวเองพัวพันกับซากที่เหลือของการก่อการร้ายชีวภาพของ Umbrella Corporation Grace ถูกลักพาตัวโดยอดีตนักวิจัยขององค์กรด้วยเหตุผลที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ ขณะที่ Leon กำลังตามหาทางรักษาโรคที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งเขาและชาว Raccoon City คนอื่น ๆ แบกมากับตัวมาตลอดหลายสิบปีตั้งแต่ Resident Evil 2
สถานการณ์พาทั้งคู่มาที่ Rhodes Hill Chronic Care Center ที่ Grace ถูกขังเป็นนักโทษ และ Leon มาตามหาคำตอบ ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อดีตมากมายของ Resident Evil มาบรรจบกัน และมีเนื้อเรื่องเยอะมากให้ขุด ซึ่งพวกแฟนฮาร์ดคอร์จะชอบมาก ส่วนคนที่รู้จักประวัติของ Leon และเพื่อน ๆ แม้แค่ผิวเผินก็จะรู้สึกสนใจไม่น้อย ตลอดเกม Requiem ส่วนใหญ่ เราหลงใหลมากกับการที่เกมดึงเส้นเรื่องเก่า ๆ มามากมายขนาดไหน มันดูเหมือนจะเผชิญหน้ากับความเสียหายที่สะสมมาหลายสิบปีทั้งในโลกหลังหายนะและในตัวผู้คนที่สู้ฝ่าทุกอย่างมาด้วยปืนพกกับความฝัน

Resident Evil เป็นซีรีส์สยองขวัญ แต่ก็เป็นละครน้ำเน่าของนักสู้ผู้ต่อต้านการก่อการร้ายชีวภาพปากจัดที่ตอนนี้เข้าสู่ช่วงบั้นปลาย รู้สึกถึงน้ำหนักของความโหดร้ายทั้งหมดที่เคยเห็นมา ในช่วงที่ดีที่สุด ความครุ่นคิดของ Leon และการค้นพบตัวเองของ Grace มีน้ำหนักจริง ๆ ในช่วงที่แย่ที่สุด Requiem รู้สึกเหมือนแค่แกล้งทำเป็น มันส่งสัญญาณว่าจะมีช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก่อนจะสะบัดฝุ่นออกแล้วกลับไปทำสิ่งที่ Resident Evil ทำเสมอมา ทำได้ดีเยี่ยมนะ ต้องยอมรับ แต่มันหยุดก่อนที่จะใช้ประโยชน์จากการสะท้อนตัวเองและการพยักหน้าให้กับประวัติศาสตร์หลายสิบปีอย่างมีความหมายจริง ๆ ยกเว้นอาจจะสักหนึ่งหรือสองอย่าง ไม่แปลกใจเลยถ้าแทบไม่มีอะไรจาก Requiem ที่จะส่งผลต่ออนาคตจริง ๆ
Care Center ไม่ใช่ฉากเดียวใน Requiem แต่เป็นฉากที่สื่อแนวคิดหลักของเกมได้กระชับที่สุด Grace เป็นผู้รอดชีวิตมือใหม่ที่ไขปริศนาเพื่อหนีออกจากสถานที่ ส่วน Leon เป็นคลังอาวุธเดินได้ที่ฝ่าฝูงซอมบี้โจมตีแบบที่คนธรรมดาโดนทีเดียวก็ตายได้ แม้ทั้งคู่จะสำรวจสถานที่เดียวกัน แต่วิธีเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง กระเป๋าของ Grace จำกัดกว่ามาก ความปลอดภัยของเธอขึ้นอยู่กับการคราฟต์เครื่องมือจากของที่หาได้ตามทาง แม้แต่กระสุนในปืนพกของเธอก็ทำดาเมจน้อยกว่าตอนที่ Leon ใช้อาวุธแบบเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ช่วงที่เล่นเป็น Grace ลุ้นมาก เพราะการขาดพลังดิบทำให้แม้แต่ซอมบี้ระดับต่ำก็เป็นภัยคุกคาม แถมบ่อยครั้งเธอยังต้องหนีจากสิ่งที่ทรงพลังและน่าเกลียดกว่าหมอที่ติดเชื้อไปอีก

การเล่นเป็น Grace คือสงครามชิงดึงระหว่างพื้นที่กระเป๋าที่จำกัดกับทรัพยากรอันน้อยนิดที่หาเจอกระจายอยู่ตามแมป เกม Resident Evil ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกว่าเราค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเนื้อเรื่อง แต่ Grace ยังคงติดดินตลอดทั้งเกม แม้แต่ในช่วงท้ายเกม เธอก็ยังใช้เครื่องมือเดิมที่ใช้ตอนอยู่ Rhodes Hill แต่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่ามาก ความมุ่งมั่นของ Requiem ในการทำให้ช่วงของ Grace แตกต่างจากของ Leon อย่างชัดเจน คือสิ่งที่ทำให้มันบีบระบบประสาทได้ตลอด ซึ่งเกม Resident Evil อื่น ๆ มักจะทิ้งความรู้สึกนี้ไปในครึ่งหลังพอเราหยิบช็อตกันขึ้นมาแล้วสะสมกระสุนเต็มกระเป๋า ใช่ เราเข้าใจเครื่องมือของ Grace มากขึ้น แต่ต่อให้เล่นนานแค่ไหน ก็ไม่ช่วยให้เธอสู้ซอมบี้ตัวต่อตัวได้ ถ้าใครรู้สึกเหนื่อยกับระบบซ่อนแอบสยองขวัญ ต้องบอกเลยว่าช่วงแบบนั้นไม่ได้หายไปไหนใน Requiem ตราบใดที่เล่นเป็น Grace แต่ Requiem พยายามถ่วงดุลด้วยช่วงของ Leon ซึ่งเป็นหนึ่งในการรังสรรค์แอ็กชันสยองขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่ซีรีส์เคยทำมาตั้งแต่ Resident Evil 4
ความเป็นสองด้านของ Requiem ที่ยกย่องทุกยุคของ Resident Evil เห็นได้ชัดที่สุดตอนสลับมาเล่นเป็น Leon ในฉากอย่าง Rhodes Hill Leon เดินสำรวจพื้นที่เดียวกับ Grace แต่ด้วยชุดเครื่องมือที่ต่างกัน ซึ่งในช่วงเงียบ ๆ ทำให้เราเข้าถึงพื้นที่หรือเปิดกล่องเสบียงที่ Grace ทำไม่ได้ เพราะขวานที่เขาพกติดเอวตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน ปืนมากมายและชุดเกราะของเขาทำให้เราเดินไปทั่วพื้นที่ได้อย่างไม่กลัวอะไร ซึ่งรู้สึกสะใจมากหลังจากย่องหลบซ่อนเป็น Grace มาหลายชั่วโมง ความละเอียดที่คุณทำตอนเล่นเป็น Grace หรือ Leon ในฉากหนึ่งอาจช่วยอีกคนตอนสลับมุมมอง เช่น คุณอาจเดินผ่านพื้นที่หนึ่งเป็น Leon แล้วมีศัตรูน้อยลงเพราะจัดการบางตัวไปแล้วตอนเล่นเป็น Grace การเดินสำรวจสถานที่แล้วเห็นซากความหายนะจากตอนที่เราเล่นเป็นอีกตัวละครก่อนหน้า ทำให้เราเข้าใจเลยว่าผู้รอดชีวิตสองคนนี้ไม่ได้อยู่บนเส้นทางแยกกัน แต่เชื่อมโยงกัน โดยแต่ละฝ่ายสามารถส่งผลต่ออีกฝ่ายได้

ตอนที่ Leon ไม่ได้แค่เดินผ่านความวุ่นวายที่ Grace ทิ้งไว้ เขาก็สนุกที่จะเล่นเหมือนเดิมทุกครั้ง เขาแข็งแกร่ง ปืนมีกระสุนเต็มตลอด และทุกครั้งที่เขารีโหลดอาวุธ มันดูเท่ห์โคตร ๆ ถ้าคุณรู้จุดอ่อนของซอมบี้ (หัวกับหัวเข่า) คุณก็แทบจะชิวเลยตอนเป็น Leon เสียงคร่ำครวญของซอมบี้ไม่ใช่เหตุผลให้หดหัวหนีอีกต่อไป มันคือเสียงของเหยื่อรายต่อไปของ Leon ที่เขาแทบจะเต้นบนร่างซอมบี้ด้วยขวานและปืนพกในมือ Requiem ขยี้ความเว่อร์วังอลังการสุด ๆ ของ Resident Evil ผ่าน Leon และการครุ่นคิดของเขาเกี่ยวกับอาชีพฆ่าซอมบี้มาหลายสิบปี ในขณะที่เชื้อเดียวกับที่เขาสู้มาตลอดกำลังเติบโตภายในตัวเขาเอง ช่วยให้แอ็กชันมีน้ำหนักและไม่ลื่นไหลไปเป็นความตลกที่ทนไม่ไหว

Resident Evil Requiem
- คำโปรยหลังกล่อง:"สิ่งที่ชอบก็ยังดีอยู่ ส่วนใหญ่นะ!"
- ผู้พัฒนา:Capcom
- ประเภทเกม:เกมสยองขวัญที่เน้นทั้งระบบซ่อนหลบหลอน ๆ และแอ็กชันยิงซอมบี้
- สิ่งที่ชอบ:Leon กับ Grace สุดยอดของทั้งสองโลกทั้งความหลอนและการยิง
- สิ่งที่ไม่ชอบ:เวลาเล่นแบ่งไม่เท่ากันระหว่างตัวเอกทั้งสอง การครุ่นคิดสะท้อนตัวเองไม่ได้ผลจริง
- แพลตฟอร์ม:PC, PS5 (ที่เล่นรีวิว), Xbox Series X/S, Switch 2
- วันวางจำหน่าย:27 กุมภาพันธ์ 2026
- เวลาที่เล่น:~8 ชั่วโมงสำหรับรอบแรก
น่าเสียดายที่ช่วงแรก ๆ ของ Leon ใน Requiem ทำให้เราเข้าใจผิดว่าเกมจะแบ่งเวลาให้ตัวเอกทั้งสองเท่ากันแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกนำเสนอว่าเป็นเรื่องของ Grace แต่เวลาเล่นของ Leon กลับมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นที่เธอกลายเป็นตัวประกอบในช่วงครึ่งหลังของเกมเลย การแบ่งที่ไม่สมดุลนี้รู้สึกแปลก ๆ ตอนเล่น และยิ่งรู้สึกแย่ลงพอ Requiem จบลงแล้วไอเดียหลาย ๆ อย่างที่มันพยายามจะสื่อเกี่ยวกับการต่อสู้ภายในของ Leon และศักยภาพของ Grace ไม่ได้ไปไหนจริง ๆ
Requiem เริ่มต้นด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ดูเหมือนจะพยายามปูทางให้อนาคตของซีรีส์ แต่กลับดูเหมือนกลัวเกินไปที่จะทำตามนั้น ท่าใหญ่ ๆ ที่มันมีโอกาสจะทำได้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกมสนใจจะสะท้อนตัวเองเกี่ยวกับมรดกของมันจริง ๆ Resident Evil อายุ 30 ปีแล้ว และเราถึงจุดที่แฟรนไชส์หลาย ๆ เจ้าในวงการเกมกำลังฉลองอายุยืนยาวและคิดว่า 30 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง Requiem ดูเหมือนจะพอใจแค่คิดถึงอดีตและไม่คิดมากเกี่ยวกับอนาคต แต่เอาจริง ปืนยิงมัน เสียงกรี๊ดยังโดนอยู่ และ Leon ก็ยังหล่อในเสื้อรัดรูป เพราะงั้นก็อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากก็ได้ เมื่อสูตรจากหลายยุคยังเข้าปากได้ลื่น แม้จะทิ้งความรู้สึกว่างเปล่าไว้สักหน่อยก็ตาม