OR ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน ดันธุรกิจ EV รับมือน้ำมันผันผวนหนักจากสงครามตะวันออกกลาง

OR ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน ดันธุรกิจ EV รับมือน้ำมันผันผวนหนักจากสงครามตะวันออกกลาง
สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ดำเนินการโดย PTT Oil and Retail Business

OR ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน ดันธุรกิจ EV รับมือน้ำมันผันผวนหนักจากสงครามตะวันออกกลาง

สงครามในตะวันออกกลางกำลังเขย่าตลาดพลังงานไทยอย่างหนัก ราคาดีเซลพุ่งทะลุ 40 บาทต่อลิตร กองทุนน้ำมันร่อยหรอ และรัฐอาจต้องกู้เงินมาอุดหนุน ท่ามกลางวิกฤตนี้ OR มองเห็นโอกาส — เร่งทุ่มงบกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ผลักดันธุรกิจสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเต็มสูบ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง หลังราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน

"จะมีคนหันมาใช้รถ EV มากแค่ไหนยังสรุปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะราคาน้ำมันยังผันผวนอยู่" หม่อมหลวงปีกทองกล่าว พร้อมเสริมว่าหากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหมดลง รัฐบาลอาจต้องกู้เงินมาอุดหนุนเพิ่ม ซึ่งสถานการณ์แบบนี้อาจเป็นแรงผลักให้คนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้ามากขึ้น

ผลกระทบเริ่มเห็นชัดแล้ว เมื่อราคาดีเซลขยับขึ้นมาอยู่ที่ 40.74 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 31 มีนาคม จากเดิม 38.94 บาทต่อลิตร

แผนลงทุน 5.8 หมื่นล้านถึงปี 2030

OR ตั้งงบลงทุนรวม 58,000 ล้านบาท สำหรับขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงปี 2026-2030 โดยในจำนวนนี้ 38,000 ล้านบาท จะถูกจัดสรรให้กับธุรกิจน้ำมันและ EV โดยเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจชาร์จ EV พูดเองได้ชัดเจน:

  • ปี 2023: ผู้ใช้บริการ 1,600 ราย เฉลี่ยชาร์จ 4 ชั่วโมงต่อวัน
  • ปี 2025: ผู้ใช้บริการ 3,000 ราย เฉลี่ยชาร์จ 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • เป้าปี 2030: ผู้ใช้บริการ 7,000 ราย เฉลี่ยชาร์จ 7 ชั่วโมงต่อวัน

"บริการชาร์จ EV เติบโตเร็วมาก สะท้อนให้เห็นว่าไฟฟ้ากำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงหลัก" หม่อมหลวงปีกทองกล่าว

เข้าซื้อหุ้นท่อส่งน้ำมัน ลดคาร์บอนจากรถบรรทุก

นอกจากนี้ OR ยังตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ไทยไปป์ไลน์เน็ตเวิร์ค ซึ่งดำเนินกิจการท่อส่งปิโตรเลียมจากสระบุรีไปภาคอีสาน โดยหลังดีลนี้ บริษัท โมดูลัส เวนเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ OR จะถือหุ้น 55.41% ส่วนที่เหลือ 44.59% ถือโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO

การขนส่งน้ำมันทางท่อจากสระบุรีไปขอนแก่น ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถบรรทุกน้ำมันได้อย่างมาก สอดรับกับเป้าหมายของไทยในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

Source: Bangkok Post