คิม จองอึน หลั่งน้ำตาไว้อาลัยทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
คิม จองอึน เผด็จการเกาหลีเหนือ (North Korea) ออกมายกย่องทหารที่ฆ่าตัวตายแทนที่จะยอมถูกจับเป็นเชลย ขณะรบกับกองกำลังยูเครนในแคว้นเคิร์สก์ (Kursk region) อย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นการยืนยันที่ชัดเจนที่สุด ต่อสิ่งที่เจ้าหน้าที่และหน่วยข่าวกรองอธิบายมานานว่าเป็นหนึ่งในหลักรบที่สุดโต่งที่สุดของกรุงเปียงยาง
ในคำกล่าวที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐเกาหลีเหนือ KCNA เมื่อวันจันทร์ และรายงานครั้งแรกโดย Reuters คิมยกย่องทหารที่ "ไม่ลังเลที่จะเลือกเส้นทางแห่งการทำลายตัวเองและการฆ่าตัวตาย" แทนการยอมจำนน ขณะกล่าวต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัสเซียและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ในพิธีไว้อาลัยทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในการรบ
"ไม่ใช่แค่วีรชนที่ไม่ลังเลเลือกเส้นทางแห่งการทำลายตัวเองและการฆ่าตัวตายเพื่อปกป้องเกียรติยศอันยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ล้มลงขณะบุกเข้าสู่แนวหน้าของการต่อสู้" คิมกล่าว
คำพูดนี้นับเป็นครั้งแรกที่คิมยอมรับโดยตรง ถึงสิ่งที่ทหารเกาหลีเหนือซึ่งรบเพื่อรัสเซียได้ทำเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับโดยกองกำลังยูเครน
คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ถ่ายภาพร่วมกับนายทหารและทหารที่เข้าร่วมพิธีฉลอง 90 ปี การก่อตั้งกองทัพปฏิวัติประชาชนเกาหลี ในประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2022 (Korean Central News Agency/Korea News Service)
เกาหลีเหนือส่งทหารราว 14,000 นายไปยังภูมิภาคเคิร์สก์ทางตะวันตกของรัสเซีย เพื่อสนับสนุนสงครามของมอสโก (Moscow) ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ ยูเครน และชาติตะวันตก ที่อ้างอิงโดย Reuters เจ้าหน้าที่กลุ่มเดียวกันระบุว่ากองกำลังเหล่านั้นสูญเสียอย่างหนัก โดยเชื่อว่ามีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตมากกว่า 6,000 นายในการรบที่ดุเดือดที่สุดของสงคราม
หลายเดือนที่ผ่านมา รายงานข่าวกรอง หลักฐานในสนามรบ และคำให้การของผู้แปรพักตร์ ต่างชี้ไปที่คำสั่งอันโหดร้าย คือ ทหารเกาหลีเหนือถูกคาดหมายให้กดระเบิดมือหรือทำลายชีวิตตัวเองด้วยวิธีอื่น แทนที่จะเสี่ยงถูกจับ

นโยบายดังกล่าวดูจะขยายไปถึงคนไม่กี่คนที่รอดชีวิตด้วย ตามรายงานของ The Guardian ทหารเกาหลีเหนือสองนายที่ถูกกองกำลังยูเครนจับและถูกควบคุมตัวเป็นเชลยศึกในกรุงเคียฟ (Kyiv) ทั้งคู่พยายามระเบิดตัวเองแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะบาดเจ็บสาหัส รายงานระบุว่าทหารคนหนึ่งที่ถูกจับ แสดงความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้

สุนทรพจน์ครั้งล่าสุดของคิม ทำให้รายงานเหล่านั้น เปลี่ยนจากข้อกล่าวหาในสนามรบ กลายเป็นหลักรบที่รัฐยกย่องอย่างเปิดเผย
"ผู้ที่ดิ้นรนด้วยความคับข้องใจ ที่ไม่อาจทำหน้าที่ทหารให้สมบูรณ์ได้ แทนที่จะทนทรมานจากการที่ร่างกายถูกฉีกออกด้วยกระสุนและสะเก็ดระเบิด คนเหล่านี้ก็เรียกได้ว่าเป็นนักรบและผู้รักชาติที่ภักดีต่อพรรคได้เช่นกัน" คิมเสริม
แถลงการณ์นี้สะท้อนถึงความเข้มข้นทางอุดมการณ์ที่ถูกบังคับใช้กับกองกำลังเกาหลีเหนือ ซึ่งความภักดีต่อระบอบดูจะขยายไปไกลกว่าการรบ ลามไปถึงการทำลายชีวิตตัวเอง

การเปิดเผยครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ระหว่างเปียงยางและมอสโก
ตามการประเมินของหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือไม่เพียงส่งทหารให้รัสเซีย แต่ยังจัดส่งกระสุนยุทโธปกรณ์ด้วย โดยได้รับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทางทหารกลับมาเป็นการตอบแทน
Reuters มีส่วนร่วมในรายงานนี้