ผู้พิพากษาสั่งระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ชี้ว่าทรัมป์ไม่สามารถสร้างห้องบอลรูมได้หากไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส
โดย สตีเวน พอร์ตนอย
1 เมษายน 2026
ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันมีคำสั่งเมื่อวันอังคาร (ตรงกับวันพุธตามเวลาไทย) ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมประจำทำเนียบขาว ซึ่งเป็นโปรเจกต์เด่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โดยคำตัดสินที่เขียนได้แสบมากระบุว่าทรัมป์ "ไม่ใช่...เจ้าของ!"
ผู้พิพากษาริชาร์ด ลีออน (Richard Leon) เขียนว่าทรัมป์ไม่สามารถสร้างห้องบอลรูมได้หากไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส (Congress) และ "ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ให้อำนาจประธานาธิบดีอย่างที่เขาอ้างแม้แต่น้อย"
องค์กร National Trust for Historic Preservation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ได้รับมอบหมายจากสภาคองเกรสให้ดูแลสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ได้ยื่นฟ้องเพื่อหยุดการก่อสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ซึ่งเริ่มต้นไปเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยองค์กรขอให้หยุดการก่อสร้างห้องบอลรูมขนาดมหึมา 90,000 ตารางฟุต (ราว 8,360 ตารางเมตร) จนกว่ากระบวนการตรวจสอบมาตรฐานของรัฐบาลกลางสำหรับโครงการก่อสร้างอาคารของรัฐจะเสร็จสิ้น
ในคำตัดสิน ลีออนระบุว่าทรัมป์คือ "ผู้ดูแลทำเนียบขาวสำหรับครอบครัวประธานาธิบดีรุ่นต่อ ๆ ไป แต่เขาไม่ใช่เจ้าของ!" คำตัดสินยังระบุว่าตัวแทนที่ประชาชนเลือกมาต้องเป็นผู้อนุมัติการก่อสร้างบนพื้นที่ทำเนียบขาว รวมถึงรูปแบบการจัดหาเงินทุนด้วย
"น่าเสียดายสำหรับฝ่ายจำเลย เว้นแต่สภาคองเกรสจะอนุมัติโครงการนี้ผ่านกฎหมาย การก่อสร้างต้องหยุด!" ลีออนเขียน
ผู้พิพากษาเสนอทางออกที่ตรงไปตรงมา นั่นคือแค่ไปขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
"ประธานาธิบดีสามารถไปขออำนาจจากสภาคองเกรสเมื่อไหร่ก็ได้เพื่อก่อสร้างห้องบอลรูมและใช้เงินจากภาคเอกชน อันที่จริงสภาคองเกรสอาจเลือกที่จะจัดสรรงบประมาณให้ห้องบอลรูม หรืออย่างน้อยก็ตัดสินใจว่ารูปแบบการระดมทุนอื่นเป็นที่ยอมรับได้" ลีออนเขียน
ทำเนียบขาวโต้แย้งว่าลักษณะของโครงการบนพื้นที่ทำเนียบขาวไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ National Trust คัดค้านในคดี
"ประธานาธิบดีทรัมป์มีอำนาจทางกฎหมายอย่างชัดเจนในการปรับปรุง บูรณะ และตกแต่งทำเนียบขาว เหมือนกับที่ประธานาธิบดีทุกคนก่อนหน้าเขาทำมา เราจะอุทธรณ์คำตัดสินที่ร้ายแรงนี้ทันที และมั่นใจว่าเราจะชนะ" เดวิส อิงเกิล (Davis Ingle) โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในแถลงการณ์
ทรัมป์เคยพูดเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าโครงการนี้จะไม่กระทบโครงสร้างทำเนียบขาวเดิม แต่สุดท้ายปีกตะวันออกของทำเนียบขาวก็ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว
ลีออนเลื่อนการบังคับใช้คำสั่งออกไป 14 วัน เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายบริหารยื่นอุทธรณ์ โดยยกเว้นสิ่งที่ "จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของทำเนียบขาวและบริเวณโดยรอบ รวมถึงพื้นที่ก่อสร้างห้องบอลรูม ตลอดจนความปลอดภัยส่วนบุคคลของประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่"
แต่ลีออนปฏิเสธข้อโต้แย้งของทำเนียบขาวที่ยื่นเป็นเอกสารลับเมื่อคืนวันจันทร์ว่าความมั่นคงของชาติจะตกอยู่ในอันตรายหากหยุดก่อสร้างห้องบอลรูม โดยเขาเรียกจุดยืนนี้ว่า "คว้าฟางเส้นสุดท้าย"
"แม้ผมจะรับฟังความกังวลของรัฐบาลเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของพื้นที่ทำเนียบขาวและตัวประธานาธิบดีอย่างจริงจัง แต่การที่มี 'หลุมขนาดใหญ่' อยู่ข้างทำเนียบขาว ก็เป็นปัญหาที่ประธานาธิบดีก่อขึ้นเองทั้งนั้น!" ลีออนเขียน

แครอล ควิลเลน (Carol Quillen) ประธานและ CEO ของ National Trust for Historic Preservation ชื่นชมคำตัดสินของลีออน
"นี่คือชัยชนะของประชาชนชาวอเมริกันในโครงการที่กระทบหนึ่งในสถานที่ที่เป็นที่รักและเป็นสัญลักษณ์ที่สุดของประเทศเราตลอดไป" ควิลเลนเขียนในแถลงการณ์
ทรัมป์โจมตี National Trust for Historic Preservation ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอังคารหลังคำตัดสินของลีออน โดยเรียกองค์กรนี้ว่า "กลุ่มคนบ้าฝ่ายซ้ายสุดโต่ง"
ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจว่า National Trust ได้ฟ้องเขาเรื่องการปรับปรุงเคนเนดี เซ็นเตอร์ (Kennedy Center) ด้วยเช่นกัน
"ห้องบอลรูมทำเนียบขาวและเคนเนดี เซ็นเตอร์ของทรัมป์ ที่ใช้งบต่ำกว่าที่ตั้งไว้ เสร็จเร็วกว่ากำหนด และจะเป็นหนึ่งในอาคารที่งดงามที่สุดในโลก กลับถูกฟ้องโดยกลุ่มที่รัฐบาลตัดงบไปหลายปีแล้ว แต่หายนะอีกมากมายในประเทศของเรากลับถูกปล่อยให้ตายไป ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่เนอะ" ทรัมป์กล่าวในโพสต์
ที่มา: ABC News / Nicholas Kerr และ Sarah Beth Hensley มีส่วนร่วมในรายงานนี้
#การเมืองสหรัฐ #การเมืองอเมริกา #ข่าวสหรัฐ #เลือกตั้งสหรัฐ #ทำเนียบขาว #สภาคองเกรส #ประธานาธิบดีสหรัฐ #นโยบายอเมริกา #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #โลกการเมือง #USPolitics #AmericanPolitics #WhiteHouse #Congress #USNews #USElection #ForeignPolicy #Geopolitics #WashingtonDC #USGovernment #การเมืองUS #ข่าวWhiteHouse #อัปเดตUSPolitics #สหรัฐอเมริกาNews #วิเคราะห์USPolitics