บังกลาเทศสั่งลดเวลาทำงาน-ปิดห้างเร็วขึ้น รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง
โดย ทีมข่าวรอยเตอร์
บังกลาเทศประกาศมาตรการฉุกเฉินด้านพลังงานชุดใหม่ สั่งลดเวลาทำงานราชการและบังคับปิดห้างสรรพสินค้าเร็วขึ้น หลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วนหนัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลักอย่างบังกลาเทศ
เกิดอะไรขึ้น
คณะรัฐมนตรีบังกลาเทศอนุมัติมาตรการประหยัดพลังงานฉุกเฉินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2569 โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- หน่วยงานราชการ ปรับเวลาทำงานเป็น 09.00–16.00 น.
- ห้างสรรพสินค้าและตลาด ต้องปิดภายใน 18.00 น. เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
- ตัดงบประมาณ รายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น
- ภาคอุตสาหกรรม ถูกขอให้ลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะการใช้แสงสว่างเกินความจำเป็น
- ภาคการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะออกแนวปฏิบัติตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ อาจปรับตารางเรียนหรือเปลี่ยนเป็นเรียนออนไลน์
- รถบัสไฟฟ้าสำหรับโรงเรียน อนุญาตนำเข้าปลอดภาษี พร้อมมาตรการจูงใจ
สถานการณ์พลังงานหนักแค่ไหน
บังกลาเทศกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนัก จนต้องใช้ระบบปันส่วนน้ำมัน จำกัดเวลาเปิดปั๊ม และควบคุมการขายรถยนต์ ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน เกิดภาวะตื่นตระหนกกักตุนเชื้อเพลิงทั่วประเทศ
รัฐบาลยอมรับว่าปริมาณสำรองยังตึงตัว แม้ช่วงวันหยุดยาวจะช่วยผ่อนคลายความต้องการลงบ้าง
ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐกำลังเร่งจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกและขอสินเชื่อจากต่างประเทศกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,500 ล้านบาท) เพื่อซื้อเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เนื่องจากค่าพลังงานที่พุ่งสูงกำลังกัดกินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
บังกลาเทศมีประชากรราว 175 ล้านคน และพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก เมื่อสงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและห่วงโซ่อุปทานสะดุด ประเทศที่เปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างบังกลาเทศจึงได้รับผลกระทบเต็ม ๆ และอาจไม่ใช่ประเทศสุดท้ายที่ต้องใช้มาตรการแบบนี้
จับตาต่อไป
- มาตรการเหล่านี้จะกระทบเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของชาวบังกลาเทศมากแค่ไหน
- สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านจะลุกลามหรือคลี่คลาย
- ประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ จะออกมาตรการคล้ายกันหรือไม่
Source: Reuters